รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดไฟเขียว "ยุทธการทวงคืนผืนป่าบางกลอยบน-ใจแผ่นดิน" หลังจากอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช รายงานความเส่ยหายของผืนป่าแก่งกระจานกว่า 150 ไร่ ฝีมือกลุ่มชาติพันธุ์ กะหร่างบ้านบางกลอย ระดมจนท. 80 นาย

มีรายงานว่า นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดไฟเขียวยุทธการทวงคืนผืนป่าบางกลอยบน-ใจแผ่นดิน หลังจากนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช รายงานความเคลื่อนไหวของกลุ่มชาติพันธุ์ กะหร่างบ้านบางกลอย หลังจากเซ็นข้อตกลง 6 ข้อ ยังไม่ทันกรรมการ 3 เรียกประชุมหารือกันเพื่อแก้ไขปัญหา ว่าข้อตกลง 6 ข้อ สิ่งไหนทำได้หรือไม่ได้ เนื่องจากบางข้อ ทำไม่ได้เพราะผิดกฎหมายอย่างชัดเจน แต่ชาวบ้านบางกลอย กลับไปบุกรุก โคนป่า ทำลายป่า แบบไม่สนว่า แผ่นดินไทย มีกฏหมายคุ้มครองพื้นที่ป่าอนุรักษ์ โดยเฉพาะ พ.ร.บ อุทยานแห่งชาติ 2562 มีบทบังคับ ตามมาตรา ต่างๆ ให้คุ้มครองผืนป่าและสัตว์ป่า อย่างเคร่งครัด ไม่สามารถบุกรุกหรือเข้าไปล่าสัตว์ป่าได้

ตามรายงาน ของนายธัญญา ที่ส่งถึงนายวราวุธ เมื่อวันที่ 19 ก.พ.64 พบแปลงบุกรุกใหม่ อีก 12 จุด รวมแปลงบุกรุกก่อนนั้น 8 จุด เป็น 20 จุด และวันที่ 21 ก.พ. แผนบินสำรวจพบบุกรุกเพิ่มอีก 3 แปลง รวมถึงวันนี้ เป็น 23 แปลง เนื้อที่ มากกว่า 150 ไร่ เมื่อนายวราวุธ เห็นภาพจากรายงาน ได้สั่งการ ด่วนให้อธิบดีกรมอุทยานฯ เร่งดำเนินคดีตามกฎหมาย และต้องรีบดำเนินการ อย่างโดยเร็ว เพราะถ้าชักช้าป่าแก่งกระจานพัง ราบ หมดแน่

ดังนั้นน.ส.เนตรนภา งามเนตร รักษาการหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ได้รวบรวมกำลังพล จากสำนักการบินกระทรวงทรัพย์ฯ ทหารพล ร 9 หน่วยเฉพาะกิจทัพพระยาเสือ 10 นาย ตชด 144 5 นาย ทหารค่ายฝึกรบพิเศษแก่งกระจาน 12 นาย ฝ่ายปกครอง 10 นาย หน่วยพญาเสือ 10 นาย ส่วนยุทธการกรมอุทยานฯ 15 นาย จนท สบอ 3 สาขาเพชร 10 นาย จนท อช แก่งกระจาน 50 นายสนธิกำลัง 80 นาย เดินหน้าจับกุมผู้บุกรุกป่า/สัตว์ป่า และตั้งจุดสกัด สกัดกั้นผู้กระทำผิด กฎหมาย ทุกรูปแบบในพื้นที่ ตั้งแต่ ใจแผ่นดิน บางกลอยบน ผาใหญ่ ห้วยสามแพร่ง และ ห้วยเต่าดำ ครั้งนี้ไม่ให้โอกาสแก้ตัว ไม่เจรจา เจ้าหน้าที่จะไม่ถอยแม้สักก้าวเดียว