น่าน - เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด อ.ปัว จ.น่าน ระทม หันปลูกพืชใช้น้ำน้อยตามนโยบายรัฐบาล แต่ไม่มีบริษัทเข้ามารับซื้อผลผลิต ขาดทุนยับ เรียกร้องภาครัฐยื่นมือช่วยเหลือ

 ที่บ้านท่าควาย หมู่ที่ 3 ต.ไชยวัฒนา อ.ปัว จ.น่าน บริเวณแปลงนาของนายประดิษฐ์ และนางเพลินพิศ จิตอารีย์  หลังจากเพาะปลูกข้าวโพดหวานพืชที่ใช้น้ำน้อยหลังทำนา ขณะนี้มีอายุ 2-3 เดือน พร้อมเก็บเกี่ยวผลผลิต ตามนโยบายของรัฐบาล โดยมีเกษตรกรในหมู่บ้านเกือบ 50 คนร่วมกันลงแขกเก็บเกี่ยวผลิตข้าวโพด 




ชาวไร่ข้าวโพดระทม-ไม่มีบริษัทรับซื้อผลผลิต


โดยทำหมุนเวียนไปแต่ละเจ้าของแปลงข้าวโพดภายในหมู่บ้าน หลังจากกรมชลประทานได้ประกาศให้เกษตรกรให้ลดการปลูกข้าวนาและให้เกษตรกรทำการปลูกพืชอย่างอื่นที่อายุน้อยใช้น้ำน้อย ทดแทนในการทำเกษตรกรรมเพื่อการประหยัดการใช้น้ำ



ชาวไร่ข้าวโพดระทม-ไม่มีบริษัทรับซื้อผลผลิต


ทั้งนี้ ที่ผ่านมา ชาวนาส่วนมากจะทำการปลูกข้าวโพดหวานและไร่ยาสูบ เหมือนกับทุกๆปี คือได้ปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อยซึ่งเป็นพืชที่ให้ผลผลิตเร็ว โดยมีพ่อค้าคนกลางมารับซื้อผลผลิตถึงในไร่ สร้างรายได้ให้เกษตรกร รายละ เกือบ 4-5 หมื่นบาท สำหรับปีนี้ได้ปลูกข้าวโพดหวานซึ่งเป็นพืชที่ใช้น้ำน้อยและประหยัดน้ำ ปรากฏว่าบริษัท ยกเลิกไม่เข้ามารับชื้อผลผลิตโดยไม่ทราบเหตุผล ทำให้เกษตรกรขาดทุนอย่างหนัก 

ชาวไร่ข้าวโพดระทม-ไม่มีบริษัทรับซื้อผลผลิต

ทางด้านนายสมจิตร แก้วก้อน เกษตรกรอีกราย กล่าว่า อยากให้ทางภาครัฐให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ขณะนี้ผลผลิตข้าวโพดเหลือเต็มไร่ เนื่องจากไม่มีผู้มารับซื้อ ที่ผ่านมาเกษตรกรต้องไปกู้เงินมาลงทุน ทั้งค่าเมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย ยากำจัดแมลง ค่าแรง ค่าขนส่ง  เมื่อขายผลผลิตไม่ได้ ไม่มีเงินไปส่งธนาคาร 

ชาวไร่ข้าวโพดระทม-ไม่มีบริษัทรับซื้อผลผลิต