โดยเจ้าหน้าที่ได้ติดต่อซื้อเขากระทิง 1 คู่ในราคา 1 หมื่นบาท เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปที่ร้านเพื่อรับเขากระทิงที่ติดต่อซื้อ ผู้ต้องหาได้นำของกลางมาส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ ก่อนที่เจ้าหน้าที่อีกชุด ได้แสดงตัวเข้าจับกุมและตรวจค้นภายในร้าน พบซากสัตว์สงวน รวมทั้งหมด 56 ชิ้นมูลค่าหลายล้านบาท ประกอบด้วย งาช้าง 18 ท่อน เขากวาง 10 คู่ เขาละอง,ละมั่ง 3 คู่ เขาเก้ง 1 คู่ เขากระทิง 2 คู่ เขาวัวแดง 1 คู่ หนังเก้ง 1 ผืน ซากหัวกวาง 1 คู่ และเขาเนื้อทราย 1 ข้าง
จากการสอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ อ้างว่าซากสัตว์ป่าทั้งหมดที่เจ้าหน้าที่ตรวจพบในบ้านและร้านขายของเก่าตนได้ซื้อมาจากการลูกค้าที่ขายเฟอร์นิเจอร์เก่า และนำมาแตกแต่งเท่านั้น ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา 3 ข้อหาหนัก มีไว้ในครอบครองซึ่งซากสัตว์ป่าสงวนหรือซากสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต , ค้าซากสัตว์ป่าสงวนหรือซากสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และค้างาช้างโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีไว้ในครอบครองซึ่งงาช้างโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งโทษค้างาช้างมีโทษปรับสูงสุดถึง 3 ล้านบาท ก่อนที่เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจะนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนสภ.ช้างเผือกดำเนินคดีต่อไป
หนึ่งในเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมเปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ พล.ต.ต.พิทักษ์ อุทัยธรรม ผบก.ปทส.ได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านว่ามี กลุ่มคนโพสต์ซื้อขายซากสัตว์ป่า บนโลกออนไลน์ อย่างโจ่งแจ้ง จึงได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ศานุวงษ์ คงคาอินทร์ ผกก.4บก.ปทส.4 ให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนกองกำกับการ 4 ตำรวจ ปทส. ตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมกับดำเนินการติดตามจับกุมก่อนที่จะติดต่อล่อซื้อเขากระทิง ก่อนจะจับกุมตัวผู้ต้องหาและยึดของกลางทั้งหมด