เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบถามกับ นายนิรัตน์ พิมแก้ว อายุ 59 ปี ผู้เป็นสามี เล่าให้ฟังว่า ภายหลังจากได้นั่งทานข้าวด้วยกันเมื่อช่วงบ่าย พักผ่อนพูดคุยกันอยู่ครู่ใหญ่ กับยายหนูรัก ภรรยา ก็ได้ขอตัวออกไปดึงสายยาง เปิดปั๊มฉีดน้ำรดต้นพริก ที่กำลังติดลูกสวยงามเก็บขาย มีรายได้ทุกวัน ส่วนตนผู้เป็นสามี ก็นั่งอยู่ที่เดิม และผ่อนคลายด้วยการดูทีวีเล่น พักใหญ่ๆ ก็ได้ยินเสียงต้นไม้ล้มครืน ก็เลยออกมาดูพบว่า ต้นมะขามข้างสวนพริกตน ที่ยืนต้นตายมานานกว่า 10 ปีแล้ว ได้ล้มลงพลาดไปยังกึ่งกลางของสวนพริก ตนจึงได้ร้องเรียกหาภรรยา ว่าอยู่ไหน อยู่ที่ไหนยาย เห็นไหมต้นมะขามมันล้มแล้ว แต่ก็ไม่ได้ยินเสียงตอบจากภรรยา ตนจึงลุกออกไปดูก็พบว่าต้นมะขามที่ล้ม ช่วงปลาย ได้ทับร่างภรรยาตนอยู่บริเวณช่วงศีรษะ จึงร้องเรียกเพื่อนบ้านให้มาช่วย อุ้มภรรยาออกจากต้นไม้และนำไปพักที่กระท่อมข้างบ้าน ตนและเพื่อนบ้านพยามนวดเฟ้น ร้องเรียกชื่อแต่ภรรยาตนก็ยังสลบนิ่งอยู่ ระยะเวลาผ่านไปกว่า 1 ชั่วโมง ก็ไม่ฟื้นจึงโทรศัพท์แจ้งตำรวจ เพราะคาดว่าภรรยาน่าจะเสียชีวิตแล้ว
จากนั้น เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยของมูลนิธิสว่างจิตศรีสะเกษธรรมสถาน ได้ออกมาช่วยดูแลปฐมพยาบาลตรวจสอบวัดชีพจร ก่อนแจ้งว่าคุณยายเสียชีวิตแล้ว สอบถามญาติพี่น้องไม่ติดใจในการเสียชีวิต เพราะทุกคนเชื่อว่าเป็นอุบัติเหตุ แต่ชาวบ้านก็สุดจะงงเป็นไก่ตาแตก เพราะช่วงเวลาต้นมะขาม ที่ยืนต้นตายมานานนับ 10 ปี อยู่ๆก็ล้มลงมาในช่วงขณะคุณยายกำลังฉีดน้ำรดต้นพริก อยู่ตรงบริเวณนั้นพอดี เมื่อญาติไม่ติดใจในการเสียชีวิต เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงมอบศพให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลศพตามประเพณีต่อไป