เนชั่นทีวี

ข่าว

นักวิชาการมอง "ล้อมปราบเนปิดอว์" หวังขู่คนคิดเคลื่อนไหวต้านรัฐประหาร

11 ก.พ. 2564 | apirak_pra

นักวิชาการมอง "ล้อมปราบเนปิดอว์" หวังขู่คนคิดเคลื่อนไหวต้านรัฐประหาร

นักวิชาการมองเหตุล้อมปราบม็อบเมียนมาลุกฮือต้านรัฐประหารในเนปิดอว์ หวังสร้างความหวาดกลัวให้คนคิดเคลื่อนไหวยุติ ชี้ 1 ปี กองทัพยังไม่เปิดทางออก จนกว่าเคลียร์ทุกอย่างสะเด็ด

11 กุมภาพันธ์ 2564 ผศ.ดร.ลลิตา หาญวงศ์ อาจารย์ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิเคาระห์ถึงสถานการณ์เมียนมา หลังวานนี้มีการใช้กำลังจากทางเจ้าหน้าที่ จนมีประชาชนได้รับบาดเจ็บหลายราย ว่า จากการติดตามข่าว มีทั้งเฟคนิวส์ และปั่นกระแส แต่เท่าที่ติดตาม มีคนถูกกระสุนจริง และถูกรถน้ำแรงดันสูง แต่การเสียชีวิตยังไม่มีการยืนยัน ยกเว้นบางสื่อรายงาน ซึ่งน้องผู้หญิงที่ถูกยิง โดยกระสุนทะลุถึงสมอง ทำให้สมองตาย อยู่ในภาวะไม่รู้สีกตัว ขณะที่ ทวิตเตอร์ในเมียนมา ก็มีการแสดงความเสียใจ เนื่องจากแพทย์ ระบุยังไม่เสียชีวิต แต่ก็ตายไปครึ่งตัว

นักวิชาการมอง "ล้อมปราบเนปิดอว์" หวังขู่คนคิดเคลื่อนไหวต้านรัฐประหาร


ส่วนความรุนแรงที่เกิดขึ้นในเมืองเนปิดอว์ เป็นการเลือกทำในเมืองที่คนไม่ได้เยอะ เพื่อสร้างความกลัวหรือต้องการขู่ คนเมืองใหญ่ที่พร้อมออกมาชุมนุมยุติการเคลื่อนไหว ซึ่งเป็นเทคนิคของกองทัพใช้ สอดรับกับนักวิเคราะห์เมียนมา ที่มองว่ากองทัพจะไม่ออกมาโดยตรง เพราะไม่อยากเห็นการใช้ความรุนแรงของทหาร
ผศ.ดร.ลลิตา อธิบายว่า เนื่องจากคีย์เวิร์ดสำคัญของกองทัพเมียนมา คือ ทำตามรัฐธรรมนูญ และปฏิบัติตามกฎหมาย จึงเห็นตำรวจปราบจลาจล นำอันธพาลเข้ามา ที่ได้รับการสนับสุนกองทัพ รวมถึงอาวุธครบมือ ซึ่งก่อนหน้าก็มีข่าวอันธพาลขับรถชนผู้ชุมนุม จนได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก

นักวิชาการมอง "ล้อมปราบเนปิดอว์" หวังขู่คนคิดเคลื่อนไหวต้านรัฐประหาร




ส่วนในอนาคตเชื่อว่า จะไม่ถึงขั้นม็อบชนม็อบ เพราะต้องว่าจ้างหรือจัดตั้งพอสมควร ขณะเดียวกัน กลุ่มสนับสนุนรัฐประหารในเมียนมา ถือว่าน้อยมาก ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ชอบทหาร
สำหรับการประกาศเคอร์ฟิวในเมืองย่างกุ้ง และมัณฑะเลย์ ท่ามกลางอารมณ์โกรธแค้น อย่างไรก็เอาไม่อยู่ อีกทั้ง อุปนิสัยชาวเมียนมา เป็นคนค่อนข้างดื้อ ซึ่งก่อนหน้ามีการประกาศห้ามออกนอกเคหะสถานช่วงโควิด แต่พอผ่านไปเวลาหนึ่ง ก็ออกมานั่งร้านน้ำชา ขณะเดียวกัน 2 เมืองนี้ เป็นเมืองใหญ่ และเต็มไปด้วยสถาบันการศึกษา และยังมีกลุ่มข้าราชการ ทุกวิชาชีพ ออกมาเดินต่อต้านรัฐประหารครั้งนี้ อารมณ์คล้ายเมืองไทย

นักวิชาการมอง "ล้อมปราบเนปิดอว์" หวังขู่คนคิดเคลื่อนไหวต้านรัฐประหาร



นอกจากนี้ มีการตั้งคำถามถึงสัญลักษณ์ชู 3 นิ้ว ได้รับอิทธิพลมาจากไทยนั้น คงพูดได้ไม่เต็มปาก แต่ได้แรงผลักดันส่วนหนึ่งจาก ไทย ฮ่องกง และไต้หวัน จนเป็นพันธมิตรชานม หรือ Milk Tea Alliance และมีคนฮ่องกง เคยลงทวิตเตอร์ แนะเทคนิควิธีอย่างไรบ้างในการต่อสู้กับรัฐประหาร รวมถึงเมียนมารู้ภาษาไทยเยอะ และติดตามข่าวสารไทยพอสมควร เป็ดยาง ก็มีการแปลมา

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าท่าทีนานาชาติจะกดดันกองทัพเมียนมาได้น้อย เพราะกองทัพก็ต้องคิดมาพอสมควร เพราะรู้ว่ารัฐประหารมีราคาแพง อาจถูกบอยคอตจากในประเทศและต่างประเทศ ขณะที่ สหรัฐอเมริกา อียู ก็ไม่ได้เป็นกลุ่มนักลงทุนสำคัญในเมียนมา แต่เป็น สิงคโปร์ จีน ฮ่องกง และไทย ดังนั้น กองทัพคิดแล้ว หากอยู่ยาว ไม่ควรสนใจเสียงโลกตะวันตก
ผศ.ดร.ลลิตา อธิบายต่อว่า โดยวิธีคิดกองทัพเมียนมา ต่อต้านการแทรกแซงจากต่างประเทศ ทุกยุคทุกสมัย โดยนำอิทธิพลต่างชาติออกไป ดังนั้น หากทำตามตะวันตกคงไม่ใช่ ซึ่งต่างจากไทย แคร์ต่างชาติ ส่วนการปราบปรามรุนแรงเกิดแน่นอน แต่คงไม่เท่าปี 1988 ซึ่งเป็นการชุมนุมครั้้งใหญ่ของเมียนมา เพราะกองทัพพยายามทำให้เกิดชอบธรรมในการปฏิวัติ โดยกองทัพไม่มีส่วนร่วม โดยปล่อยให้เป็นกลุ่มคนไมชอบ หรือตำรวจ ซึ่งใช้ในทุกประเทศ กระทั่ง กระสุน ยังไม่ทราบมาจากไหน

นักวิชาการมอง "ล้อมปราบเนปิดอว์" หวังขู่คนคิดเคลื่อนไหวต้านรัฐประหาร


ขณะเดียวกัน เหตุการณ์ในเมียนมาตอนนี้ ไม่ได้ใช้คำว่าประท้วง แต่เป็นการลุกฮือมากกว่า เพราะคนในประเทศพร้อมใจออกมาเดิน นัดหยุดงาน แม้แต่ข้าราชการ หรือตำรวจ ออกมามาชู 3 นิ้ว เพราะชาวเมียนมามีบาดแผลจากรัฐประหารมาพอสมควร เพราะทำให้ความฝันคนรุ่นใหม่หายไป ก็ใช้หน้าที่ปชช.ให้เต็มที่
ส่วนการออกมาเคลื่อนไหวของดาราเมียนมา ซึ่งต่างจากไทยที่ค่อนข้างระมัดระวังตัว แต่เมียนมาออกมา 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะหากไม่ออกมา จะมีการบอยคอต จะเห็นได้จากดารารายหนึ่ง มีคนติดตาม 6-8 ล้านคน เนื่องจากคิดว่าอะไรเป็นเรื่องชอบธรรม ดาราก็ควรออกมา
สำหรับทางออกเมียนมาก่อน 1 ปี คงไม่มีทาง เพราะผู้ออกคำสั่งได้ คือ พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ซึ่ง 1 ปีข้างหน้า กองทัพคงปล่อยให้สถานากรณ์แบบนี้ แล้วอ้างพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ล้อตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย เพื่อให้ลอยนวลพ้นผิดไป เพราะถือว่าทำตาม กฎหมายและหน้าที่ ว่าจำเป็นต้องทำรัฐประหาร

นักวิชาการมอง "ล้อมปราบเนปิดอว์" หวังขู่คนคิดเคลื่อนไหวต้านรัฐประหาร


ผศ.ดร.ลลิตา ขยายความด้วยว่า กองทัพจะเป็นเอกหรือไม่นั้นจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งเท่าทีรวบรวมข้อมูลมาการรัฐประหารรอบนี้ ไม่ใช่คนกองทัพทุกคนเห็นด้วย แต่สุดท้ายเชื่อว่า พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ควบคุมกองทัพเบ็ดเสร็จ เพราะมีคนไว้ใจทำงาน สุดท้ายเอาอยู่
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ที่เกิดขึ้น ลามไปหลายเมือง ทั้งเล็กและใหญ่ หรือแม้แต่ในกลุ่มชาติพันธุ์ ออกมาประท้วง ซึ่งบ่งชี้ว่าไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหารครั้งนี้

ข่าวล่าสุด