ชาวเลยกว่า 500 ถูกสวมสิทธิ์โครงการเที่ยวด้วยกัน
10 ก.พ. 2564 | jitima_chum

ตำรวจเรียกสอบฐานะพยานชาวบ้านในพื้นที่จังหวัดเลย กว่า 500 รายถูกสวมสิทธิ์โครงการเที่ยวด้วยกัน เชื่อมโยงจังหวัดชัยภูมิ มีทั้งคนชรา ผู้มีฐานะยากจนและผู้ป่วยติดเตียง
ข่าว
10 ก.พ. 2564 | jitima_chum

ตำรวจเรียกสอบฐานะพยานชาวบ้านในพื้นที่จังหวัดเลย กว่า 500 รายถูกสวมสิทธิ์โครงการเที่ยวด้วยกัน เชื่อมโยงจังหวัดชัยภูมิ มีทั้งคนชรา ผู้มีฐานะยากจนและผู้ป่วยติดเตียง
พ.ต.อ.วรการ บุญประคอง รอง ผบก.ภ.จว.เลย เปิดเผยว่า คดีที่ทางกองปราบปราม ได้ส่งเรื่อง รายชื่อชาวจังหวัดเลย 6-7 อำเภอจาก 14 อำเภอ ว่ามีผู้ถูกสวมสิทธิ์จำนวน 542 ราย มี อ.เชียงคานกว่า 300 ราย รองมาคือ อ.เมืองเลย กว่า 100 ราย นอกนั้นกระจายกันไป ซึ่งเชื่อมโยงมาจากจังหวัดชัยภูมิ จึงได้ให้ทำการสอบพยานขึ้นที่ ศูนย์สอบปากคำพยานคดีทุจริต ชั้น 4 สภ.เมืองเลย เป็นเวลา 3 วัน ระหว่างวันที่ 10-12 ก.พ.2564 เป็นการสอบพยาน 542 ปาก เกี่ยวกับกรณีดังกล่าว จ. เลย เป็นการ"ซื้อรวมสิทธิ์" โครงการ"เที่ยวด้วยกัน" ซึ่งรูปแบบนั้นมีหลายจังหวัดทั้งประชาชน ร้านค้า โรงแรม และซื้อรวมสิทธิ์
นายบุญโฮม รามศิริ รองนายก ทต.นาโป่ง อ.เมืองเลย จ.เลย เปิดเผยว่า ที่ ต.นาโป่ง ที่มีจำนวน 16 หมู่บ้านมีประชาชนถูกสวมสิทธิ์เฉลี่ย 10 ราย/หมู่บ้าน เหตุการณ์นี้ชาวบ้านไม่รู้เรื่องไม่ทราบว่าเป็นยังไง บางรายก็ทราบเรื่องแต่กลัวจะเป็นคดี ไม่อยากเป็นเรื่องเป็นราวเป็นคดีความเขาก็นิ่งเฉยไม่มาให้ปากคำ ด้านขบวนการของกลุ่มนายทุน นั้น มีบุคคลภายในตำบลนาโป่ง เป็นผู้จัดหาพร้อมประสานขอสำเนาบัตรประชาชนของชาวบ้าน แล้วจัดส่งไปให้กลุ่มนายทุนที่กรุงเทพฯ จึงรวมตัวกันมาให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่สอบสวน ชาวบ้านจำนวนมากกว่า 100 รายของ ต.นาโป่ง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่ทุกข์ยาก ฐานะยากจน คนชราและผู้ป่วยติดเตียงก็มี ถูกสวมสิทธิ์ ขาดและหมดสิทธิ์จะไปเข้าโครงการอื่น ทั้งโครงการไทยชนะ โครงการเรารักกัน โครงการคนละครึ่ง เป็นการรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของชาวบ้าน จึงให้ตนนำมาให้เจ้าหน้าที่สอบปากคำพยานในวันนี้เพื่อให้ทางราชการช่วยเหลือแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับประชาชน