การประท้วงเมื่อวันอาทิตย์ ถือเป็นการประท้วงครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ที่เกิดการรัฐประหารเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ซึ่งเท่ากับเป็นการยุติกระบวนการเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบอบประชาธิปไตยของประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แห่งนี้ และก่อให้เกิดความไม่พอใจในระดับนานาชาติ
ในตอนเย็น ผู้ประท้วงส่วนใหญ่ได้พากันแยกย้ายกันกลับบ้าน แต่ก็เป็นคืนที่ 5 ติดต่อกันที่เมื่อถึงยามค่ำ เมื่อความมืดเริ่มคืบคลานเข้ามา ก็บังเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นในความมืดไปทั่วเมือง เมื่อผู้คน พากันพร้อมใจกันตีและเคาะเครื่องครัว เพื่อแสดงการต่อต้านรัฐประหาร ซึ่งการประท้วงแนวนี้ ก็ยังคงดำเนินไปเป็นปกติ แม้ว่าปัญหาไฟฟ้าดับ จะส่งผลกระทบต่อหลายเขตของเมือง
นอกจากนั้น ผู้ประท้วงแสดงท่าทางด้วยการชูสามนิ้ว ที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของการประท้วงต่อต้านรัฐประหาร
ขณะที่ผู้ที่ขับขี่ยวดยานพาหนะ ก็พากันบีบแตร และผู้โดยสารที่อยู่บนรถ ต่างก็ชูรูปถ่ายของนางซูจี
ขณะที่รัฐบาลทหาร ที่ปักหลักอยู่ที่กรุุงเนปีดอว์ อันเป็นเมืองหลวง ซึ่งอยู่ห่างจากย่างกุ้งไปทางเหนือกว่า 350 กม. ก็ไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นอะไรเกี่ยวกับการ ประท้วงครั้งใหญ่ ขณะที่ข่าวทางโทรทัศน์ของรัฐ ก็ไม่ได้เอ่ยถึงการประท้วงแต่อย่างใด