7 กุมภาพันธ์ 2564 บุคลากรการแพทย์ในหลายเมืองของฝรั่งเศสได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ที่พัฒนาโดยบริษัทแอสตราเซเนกา ร่วมกับมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดเมื่อวันเสาร์ เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังวัคซีนล็อตแรกจำนวนเพียง 237,600 โดสถูกส่งมาถึง และสาธารณสุขกำหนดให้ฉีดวัคซีนโควิด-19 แก่บุคลากรการแพทย์ที่มีอายุต่ำกว่า 65 ปีเท่านั้น โดยฉีดให้กับผู้ที่มีอายุ 50-64 ปี แม้ว่าองค์การยาแห่งสหภาพยุโรปแนะนำว่า วัคซีนนี้สามารถใช้ได้กับวัยผู้ใหญ่ทุกคน
นอกจากนี้อีกหลายชาติในอียู เช่น สเปน และอิตาลี ก็ได้รับวัคซีนล็อตแรกจากแอสตราเซเนกาแล้วเมื่อวันเสาร์เช่นกัน โดยสเปน เยอรมนี และออสเตรียจำกัดให้ฉีดวัคซีนแก่ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 65 ปีด้วย
การปรับคำเตือนเรื่องการฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกาให้กับผู้สูงอายุ มีขึ้นหลังจากสื่อเยอรมนีรายงานเมื่อเดือนที่แล้วว่า วัคซีนมีประสิทธิภาพเพียง 8% ในกลุ่มผู้ที่มีอายุมากกว่า 65 ปี แต่แอสตราเซเนกาตอบโต้ว่าข่าวนี้ไม่เป็นความจริง
ก่อนหน้านี้หลายชาติในยุโรปฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ที่พัฒนาโดยบริษัทไฟเซอร์ร่วมกับบริษัทไบโอเอ็นเทคแล้วเมื่อเดือนธ.ค.ปีที่แล้ว และพยายามเร่งฉีดวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้กับประชาชนท่ามกลางการระบาดที่รุนแรงขึ้น แต่ประสบปัญหาขาดแคลนวัคซีน เพราะผู้ผลิตผลิตได้ไม่ทัน และยังเกิดปัญหาโต้เถียงกับแอสตาเซเนกา ที่ลดปริมาณวัคซีนที่จะส่งมอบให้อียู แต่ส่งมอบให้กับสหราชอาณาจักรจำนวนเท่าเดิม จนกลายเป็นความขัดแย้งระหว่างอียูกับสหราชอาณาจักรที่แยกตัวจากอียู โดยมีการกล่าวโทษกันและขู่กีดกันทางการค้า
ล่าสุดแอสตราเซเนกา เปิดเผยเมื่อวันเสาร์ด้วยว่า จากผลการทดสอบเบื้องต้นพบว่า วัคซีนมีประสิทธิภาพป้องกันโควิด-19 กลายพันธุ์สายพันธุ์แอฟริกาใต้ได้น้อยกว่า