จากการสอบถามนายทศ ทาสิมมา อายุ 50 ปี เพื่อนบ้านซึ่งเป็นพลเมืองดี ที่ฝ่าเปลวเพลิงเข้าไปอุ้มยาออกจากบ้าน เล่าให้ฟังว่า ตอนเกิดเหตุตนก็อยู่ที่บ้านตามปกติซึ่งอยู่ไม่ห่างจากบ้านที่เกิดเหตุ ก็เห็นเปลวไฟลุกกำลังลุกไหม้บ้านยาย และเห็นชาวบ้านวิ่งแตกตื่นพยายามช่วยกันนำน้ำไปดับไฟ และได้ยินเสียงชาวบ้านบอกว่ามียายที่ป่วยติดเตียงอยู่ในบ้าน ตอนนั้นไฟก็เริ่มลุกไหม้แรงขึ้นเรื่อยๆ แล้ว แต่ด้วยความเป็นห่วงยายที่ช่วยเหลือตังเองไม่ได้ จึงตัดสินใจวิ่งฝ่าเปลวไฟเข้าไปอุ้มคุณยายออกมาจากบ้านอย่างทุลักทุเล ตอนที่ช่วยยายออกมาได้คุณยายก็ถูกไฟไหม้ตามใบหน้าและร่างกายหลายจุดอาการค่อนข้างสาหัส ส่วนตนเองก็มีแผลถูกไฟลวกที่แขนแต่ไม่สาหัส จากนั้นจึงประสานกู้ชีพช่วยพาคุณยายส่ง รพ.บ้านกรวด ก่อนจะถูกส่งไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลลุรีรัมย์ ส่วนที่ตัดสินใจฝ่าเปลวเพลิงเข้าไปช่วยยายก็ยอมรับว่ากลัว แต่ก็คิดว่าชีวิตคนสำคัญที่สุด และก็ทราบว่าคุณยายช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ หากไม่รีบตัดสินใจเข้าไปช่วยอาจจะถูกไฟคลอกเสียชีวิต ก็ดีใจที่สามารถช่วยยายออกมาได้ ถึงแม้ตัวเองจะถูกไฟลวกก็ตาม
ด้านนายนพนันท์ ประชาชิตร อายุ 43 ปี ชาวบ้านและเป็นคนที่ไลฟ์สดขณะเกิดเพลิงไหม้ เล่าให้ฟังว่าตนเห็นควันพวยพุ่งขึ้นบนท้องฟ้า จึงรีบขับรถมาดูแต่พอมาถึงก็เห็นไฟไหม้บ้านเกือบหมดแล้ว และสอบถามชาวบ้านก็บอกว่ามีคนช่วยยายที่อยู่ในบ้านออกมาได้แล้ว ส่วนทรัพย์สินไม่สามารถเข้าไปเอาได้เนื่องจากไฟไหม้รุนแรง จึงตัดสินใจหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาไลฟ์สดเหตุการณ์เอาไว้ เผื่อจะเป็นประโยชน์สำหรับคุณยายและลูกชาย ที่ถูกไฟไหม้บ้านเสียหายทั้งหมดทำให้ไม่มีที่อยู่อาศัย ส่วนตัวคุณยายเองก็บาดเจ็บสาหัสด้วย หลังจากตนไลฟ์สดออกไปก็มีเพื่อนๆ ติดต่อจะให้ความช่วยเหลือยายหลายคน บางคนก็ฝากโอนผ่านบัญชีของตนเพื่อให้นำไปช่วยเหลือคุณยายด้วย