เนชั่นทีวี

ข่าว

ยุติธรรม ยืนยัน ไม่คืนเบี้ยคนชรา ไม่ติดคุก

03 ก.พ. 2564 | thitipong_mun

ยุติธรรม ยืนยัน ไม่คืนเบี้ยคนชรา ไม่ติดคุก

กระทรวงยุติธรรม ยืนยัน ไม่คืนเบี้ยชราภาพไม่ติดคุก ขอให้เตรียมหลักฐานยื่นเรื่องให้เจ้าหน้าที่เพื่อหาทางออก โดยจะมีทั้งผู้ไม่ต้องคืน คืนบางส่วน หรือคืนเท่าทีมี

ว่าที่ร้อยตรี ธนกฤต จิตอารีย์รัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมแถลงความคืบหน้าผลคดีเรียกเงินคืนจากผู้สูงอายุทั่วประเทศ ว่า เรื่องดังกล่าวแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกคือส่วนที่เจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติตามระเบียบการจ่ายเงินหรือไม่ ส่วนที่สองคือผู้ขอเบี้ยยังชีพทราบถึงระเบียบต่างๆหรือไม่ 

ยุติธรรม ยืนยัน ไม่คืนเบี้ยคนชรา ไม่ติดคุก


ซึ่งในส่วนของผู้เสียหายควรจะปฏิบัติเป็นลำดับต่อไปคือ ติดต่อหน่วยยุติธรรมที่ใกล้ที่สุด โดยเตรียมเอกสาร ละรายละเอียดที่เดือดร้อนว่าอยู่ในขั้นตอนใด เช่น ถูกเรียกให้ไกล่เกลี่ยชำระหนี้การยื่นอุทธรณ์ขอชำระหนี้ เข้าไปเพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐานและส่งสู่ส่วนกลาง 
อย่างไรก็ตาม ทางกระทรวงยุติธรรมได้มีการจัดตั้งคณะทำงานด้านกฎหมายเพื่อช่วยหาทางออกและหาทางเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้ ในเบื้องต้นมีข้อมูลว่า มีผู้ที่ถูกทางภาครัฐฟ้อง ต้องคืนเงิน จำนวนกว่า 15,000 คน 
เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ยืนยันว่า ความคิดดังกล่าวถือเป็นความผิด ด้านกฎหมายแพ่ง จึงไม่มีการจำคุก ขอให้ประชาชนรีบมาทำเรื่องที่ศูนย์ยุติธรรมที่ใกล้มากที่สุด เพื่อที่กรมคุ้มครองสิทธิ์ จะสามารถหาทางช่วยเหลือหรือหาทนายความเข้ามาดูแล ด้านนายสงกาญ์ อัจฉริยะทรัพย์ กรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม กล่าวว่า ปัญหาการรับเงินที่เกิดขึ้น แบ่งเป็น 2 ส่วน คือการรับเงินในกรณีที่บุตรทายาทหรือคนในครอบครัวเสียชีวิตจากเหตุต่างๆ สอง คือเบี้ยชรา ส่วนตัวมองว่าการรับเงินทั้ง 2 ส่วนควรจะได้รับทั้งคู่ ไม่ควรมีการถูกดำเนินคดี

ยุติธรรม ยืนยัน ไม่คืนเบี้ยคนชรา ไม่ติดคุก

อีกทั้งอยากฝากถึงรัฐมนตรี ให้ช่วยดูในกรณีที่มีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปข่มขู่ประชาชน ว่าจะมีการติดคุกและบังคับให้มีการทำสัญญาลงลายมือชื่อ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง 
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้นายสงกาญ์ ได้ส่งหนังสือร้องขอความช่วยเหลือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ฉบับ ลว.25 มกราคม 2564 ที่ผ่านมา เพื่อขอให้กระทรวงยุติธรรมเข้ามาช่วยเหลือผู้สูงอายุและทายาทที่ถูกฟ้องร้องและเรียกเงินคืนหรือถูกให้ลงชื่อในหนังสือรับสารภาพหนี้หรืออยู่ระหว่างผ่อนชำระหนี้ต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย 
สุดท้ายของการแถลงข่าว เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า เมื่อส่วนกลาง ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว ประชาชนที่ถูกเรียกเก็บเงินคืน สุดท้ายแล้วจะมีทั้งกรณีที่ไม่ต้องคืนเงิน คืนเงินแค่บางส่วน คือเงินเท่าที่มี ซึ่งทุกอย่างต้องดูที่พยานหลักฐานเบี้ยคนชรามีทั้งไม่ต้องคืนกับคืนเท่าทีมี !! กระทรวงยุติธรรม ยืนยัน ไม่คืนเบี้ยชราภาพไม่ติดคุก ขอให้เตรียมหลักฐานยื่นเรื่องให้เจ้าหน้าที่เพื่อหาทางออก โดยจะมีทั้งผู้ไม่ต้องคืน คืนบางส่วน หรือคืนเท่าทีมี ว่าที่ร้อยตรี ธนกฤต จิตอารีย์รัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมแถลงความคืบหน้าผลคดีเรียกเงินคืนจากผู้สูงอายุทั่วประเทศ ว่า เรื่องดังกล่าวแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกคือส่วนที่เจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติตามระเบียบการจ่ายเงินหรือไม่ ส่วนที่สองคือผู้ขอเบี้ยยังชีพทราบถึงระเบียบต่างๆหรือไม่ 

ยุติธรรม ยืนยัน ไม่คืนเบี้ยคนชรา ไม่ติดคุก


ซึ่งในส่วนของผู้เสียหายควรจะปฏิบัติเป็นลำดับต่อไปคือ ติดต่อหน่วยยุติธรรมที่ใกล้ที่สุด โดยเตรียมเอกสาร ละรายละเอียดที่เดือดร้อนว่าอยู่ในขั้นตอนใด เช่น ถูกเรียกให้ไกล่เกลี่ยชำระหนี้การยื่นอุทธรณ์ขอชำระหนี้ เข้าไปเพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐานและส่งสู่ส่วนกลาง 
อย่างไรก็ตาม ทางกระทรวงยุติธรรมได้มีการจัดตั้งคณะทำงานด้านกฎหมายเพื่อช่วยหาทางออกและหาทางเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้ ในเบื้องต้นมีข้อมูลว่า มีผู้ที่ถูกทางภาครัฐฟ้อง ต้องคืนเงิน จำนวนกว่า 15,000 คน 

เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ยืนยันว่า ความคิดดังกล่าวถือเป็นความผิด ด้านกฎหมายแพ่ง จึงไม่มีการจำคุก ขอให้ประชาชนรีบมาทำเรื่องที่ศูนย์ยุติธรรมที่ใกล้มากที่สุด เพื่อที่กรมคุ้มครองสิทธิ์ จะสามารถหาทางช่วยเหลือหรือหาทนายความเข้ามาดูแล 
ด้านนายสงกาญ์ อัจฉริยะทรัพย์ กรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม กล่าวว่า ปัญหาการรับเงินที่เกิดขึ้น แบ่งเป็น 2 ส่วน คือการรับเงินในกรณีที่บุตรทายาทหรือคนในครอบครัวเสียชีวิตจากเหตุต่างๆ สอง คือเบี้ยชรา ส่วนตัวมองว่าการรับเงินทั้ง 2 ส่วนควรจะได้รับทั้งคู่ ไม่ควรมีการถูกดำเนินคดี

ยุติธรรม ยืนยัน ไม่คืนเบี้ยคนชรา ไม่ติดคุก


อีกทั้งอยากฝากถึงรัฐมนตรี ให้ช่วยดูในกรณีที่มีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปข่มขู่ประชาชน ว่าจะมีการติดคุกและบังคับให้มีการทำสัญญาลงลายมือชื่อ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง 
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้นายสงกาญ์ ได้ส่งหนังสือร้องขอความช่วยเหลือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ฉบับ ลว.25 มกราคม 2564 ที่ผ่านมา เพื่อขอให้กระทรวงยุติธรรมเข้ามาช่วยเหลือผู้สูงอายุและทายาทที่ถูกฟ้องร้องและเรียกเงินคืนหรือถูกให้ลงชื่อในหนังสือรับสารภาพหนี้หรืออยู่ระหว่างผ่อนชำระหนี้ต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย 
สุดท้ายของการแถลงข่าว เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า เมื่อส่วนกลาง ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว ประชาชนที่ถูกเรียกเก็บเงินคืน สุดท้ายแล้วจะมีทั้งกรณีที่ไม่ต้องคืนเงิน คืนเงินแค่บางส่วน คือเงินเท่าที่มี ซึ่งทุกอย่างต้องดูที่พยานหลักฐาน

ข่าวล่าสุด