นางกัญญาณี ปาสเซรา เล่าให้ฟังว่าครอบครัวของเขาคุณพ่อเป็นอดีตตำรวจเกษียณอายุ คุณแม่อาชีพแม่ค้าตลาดนัด ขายปลาร้า ปลาส้ม ส่วนตัวเองก็ช่วยครอบครัวเลี้ยงควายกว่า 50 ตัว ระยะหลังตั้งแต่เกิดการระบาดของโควิด-19 ทำให้อาชีพขายของตลาดนัดของแม่ซบเซา จนโควิด-19 ระบาดรอบ 2 เมื่อช่วงปลายปี 2563 ตลาดนัดสั่งปิด ทำให้แม่ขายของไม่ได้เลย แม่ก็เริ่มเครียด จนมาวันหนึ่งที่บ้านเผาข้าวหลามกินกัน ตนลองเอาข้าวหลามใส่ในกะลามะพร้าวน้ำหอมปรากฏว่ารสชาติอร่อย หอมกลิ่นมะพร้าวน้ำหอม แม่ก็เอาไปฝากเพื่อนบ้าน เพื่อนๆ ที่ขายของตลาดนัดด้วยกัน
พบว่าทุกคนบอกอร่อยมาก อยากกินอีก อยากให้ทำขาย ตนก็เลยลองทำขายเมื่อ 2 เดือนที่แล้ว แรกทำแค่วันละ 40 ฝา ขายฝาละ 25 บาท มีอยู่วันหนึ่งขายไม่หมด เหลือ 10 ฝา ตนเลยลองโพสต์ขายผ่านเฟซบุ๊คปรากฏว่า มีออเดอร์สั่งเข้ามาเพียง 1 ชั่วโมง มากถึง 100 ฝา แม่ก็ดีใจที่มีช่องทางขาย เริ่มทำขายเรื่อยมา เพียง 2 เดือน ออเดอร์เข้ามาไม่ขาดสาย วันละไม่ต่ำกว่า 300 ฝา เลยทีเดียว
นางกัญญาณี บอกต่ออีกว่า ตั้งแต่วันนั้น ทางครอบครัวมารุมช่วยกันทำให้ทันตามออเดอร์ที่มีเข้ามา โดยจะเลือกวัตถุดิบที่สำคัญ คือมะพร้าวน้ำหอม ติดต่อสวนที่รู้จักให้มาลงที่บ้านเลย เริ่มจากปอกมะพร้าว แยกน้ำมะพร้าวออกมา ขูดเนื้อมะพร้าวน้ำหอม น้ำมะพร้าวก็ทำวันต่อวันแพ็คใส่ขวดขาย ราคาเพียง 10 บาท ขายดีเพราะเป็นน้ำมะพร้าวแท้ 100% ไม่ผสมน้ำเชื่อม ที่เหลือก็นำไปทำวุ้นมะพร้าวน้ำหอมแท้ๆ ไม่ใส่น้ำเชื่อมเช่นกัน ขายเพียงถ้วยละ 10 บาท เรียกได้ว่า ทุกส่วนของมะพร้าววัตถุดิบหลักสามารถนำมาแปรรูปเป็นเงินได้หมดเลย