30ม.ค.64) นางสุธิดา ธีรสุวรรณ์ เจ้าของเต็นท์รถมือสองแห่งหนึ่งใน อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ได้นำหลักฐานสัญญาซื้อขายรถยนต์ และสัญญาการกู้ยืมเงิน เข้าพบพนักงานสอบสวนที่ สภ.นางรอง เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ หลังจากนายสมร และนางจร สินชัยยา ชาว อ.ชำนิ จ.บุรีรัมย์ ได้เข้าแจ้งความที่ สภ.นางรอง กล่าวหาว่านายสุธิดา ฉ้อโกง กรณีที่สองสามีภรรยาได้มาซื้อรถยนต์กระบะยี่ห้อมิตซูบิชิ สตาด้า ทะเบียน บล-1763นครราชสีมา เมื่อวันที่15มี.ค.2562โดยจ่ายเป็นเงินสดจำนวน130,000บาท โดยสองสามีภรรยาอ้างว่าไม่ได้เอกสารคู่มือรถไปด้วยแต่นัดให้มารับวันหลัง จากนั้นนำรถไปขับตามปกติได้เกือบปี จู่ๆ ก็มีไฟแนนซ์มาตามยึดรถทางสองสามีภรรยา จึงได้เข้าแจ้งความให้เอาผิดกับทางเต็นท์เพราะเชื่อว่ามีพฤติกรรมฉ้อโกง
แต่นางสุธิดา เจ้าของเต็นท์รถมือสองก็ยืนยันว่าไม่ได้ฉ้อโกงตามที่ถูกกล่าวหา พร้อมชี้แจงว่า เมื่อวันที่15มี.ค.2562สองสามีภรรยาได้มาซื้อรถที่เต็นท์จริง โดยลูกค้าได้จ่ายเป็นเงินสด130,000บาท ก็มีการทำสัญญาซื้อขายไว้เป็นหลักฐานด้วย พอเซ็นสัญญาซื้อขายเรียบร้อยตนก็ได้มอบคู่มือรถพร้อมเอกสารโอนลอยให้ไปด้วยในวันนั้นเลย ไม่ได้ยื้อหรือนัดให้มารับวันหลังตามที่คู่กรณีกล่าวอ้าง ก็อยากให้นึกถึงความเป็นจริงด้วยว่าใครที่ซื้อรถแล้วจ่ายเงินสดแล้ว จะปล่อยให้ผ่านไปเป็นเดือนหรือเป็นปีถึงจะมารับคู่มือก็ต้องอยากได้คู่มือไปวันที่จ่ายเงินเสร็จอยู่แล้ว แต่หลังจากนั้นประมาณ3เดือนนางจร และสามี ก็ได้ถือคู่มือรถพร้อมชุดโอนลอยชุดเดิมกลับมาที่เต็นท์ บอกว่าเดือดร้อนจำเป็นต้องใช้เงินมาขอให้ตนเองช่วยรีไฟแนนซ์ แต่พอตนดูเอกสารแล้วนางจรยังไม่ได้ทำการโอนรถเป็นชื่อของตัวเองยังเป็นชื่อของบริษัทไฟแนนซ์ซึ่งอยู่ที่จ.นครราชสีมา ที่เซ็นโอนลอยไว้อยู่เลย ตนจึงแนะนำให้นางจร ไปทำเรื่องโอนรถให้เรียบร้อยก่อน