เปิดกลวิธีโกง เราเที่ยวด้วยกัน ดึงโซเชียลมีเดียสะพานเชื่อมทุกฝ่าย คนร้าย คนขายสิทธิ เจ้าของที่พัก ง่ายดายทุกขั้นตอน ก่อนเข้ากรุ๊ปรับประโยชน์ ชี้ กรณีณัฐชญา รีสอร์ตชัยภูมิ พบ 9 พันผู้ร่วมกระทำผิด ฉกเงินรัฐไปแล้ว 1.7 พันล้าน เชื่อยังมองไม่เห็นอีกมาก

จากกรณี ตำรวจกองปราบดำเนินการตรวจสอบเอาผิดโรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร ที่มีพฤติกรรมทุจริตฉ้อโกงเงินของรัฐจากโครงการ "เราเที่ยวด้วยกัน" เพื่อกระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจในช่วงไวรัสโควิด-19 จนนำไปสู่การกระจายกำลังเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 55 จุด ในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ และ จ.ภูเก็ต จับกุมผู้กระทำผิดได้จำนวน 50 ราย พร้อมกับเตรียมขยายผลเอาผิดไปยังประชาชนที่ร่วมโกงซึ่งมีจำนวนมาก เฉพาะเพียงแค่โรงแรมณัฐชญา รีสอร์ต จ.ชัยภูมิ พบมีกว่า 9,000 คน

โซเชียลมีเดีย เชื่อมกลโกง ‘เราเที่ยวด้วยกัน’ เชื่อมูลค่าเสียหายทะลุเกิน 1.7 พันล้าน


ความคืบหน้า ล่าสุด วันที่ 30 มกราคม 2564 ที่กองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สาเหตุหลักอีกประการที่ทำให้ โครงการ "เราเที่ยวด้วยกัน" มีประชาชนร่วมกระทำผิดเป็นจำนวนมากเป็นผลจากการที่ขบวนการของกลุ่มผู้กระทำผิด นำสื่อสังคมออนไลน์มาใช้เป็นศูนย์กลางเชื่อมต่อกับประชาชนทั่วประเทศเริ่มจากการโพสต์เผยแพร่ข้อความเกี่ยวกับรูปแบบวิธีการโกง การสวมสิทธิ์ที่ศึกษามาจากกลโกงโครงการ "คนละครึ่ง" ซึ่งจะมีการอธิบายขั้นตอนอย่างละเอียด ตั้งแต่การเปิดซิมโทรศัพท์ สมัครแอพพลิเคชั่นถุงเงิน การส่งสำเนาบัตรประชาชน และค่าตอบแทนที่จะได้รับ

จากนั้น ในกลุ่มขบวนการจะเข้าหาให้คำแนะนำแก่ผู้ที่สนใจเข้าร่วมเป็นสมาชิกกลุ่มลับที่เปิดขึ้นมา เพื่อใช้เป็นช่องทางในการซื้อขายสิทธิ์ โดยมีผู้ต้องหา ที่ทำหน้าที่เป็นผู้รวบรวมสิทธิ์ซึ่งเปรียบเหมือนพ่อค้าคนกลางเป็นตัวกลารสำคัญ ในการรับซื้อสิทธิ์จากประชาชนในราคา 500 บาทต่อคน ก่อนนำไปขายต่อให้กับผู้ประกอบการโรงแรม ตั้งแต่800 - 1,000 บาท เพื่อนำไปใช้ในการโกงเงินโครงการดังกล่าวจากรัฐต่ออีกทอดหนึ่ง
นอกจากนี้จากการตรวจสอบกลุ่มเครือข่ายซื้อสิทธิ์ดังกล่าวเจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดียังพบว่าในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ นั้นนอกจากโรงแรมณัฐชญา รีสอร์ต ที่ตรวจสอบพบการกระทำความผิดกว่า 9,000 คนแล้วนั้น ยังมีโรงแรมในพื้นที่ใกล้เคียงอีกหลายแห่งที่มีพฤติการณ์เข้าข่ายกระทำผิดเช่นเดียวกัน ซึ่งตอนนี้ตรวจพบเป็นที่ค่อนข้างแน่ชัดแล้วอีก 1 โรงแรม มีผู้กระทำผิดประมาณ 1 หมื่นคน  อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับ ขณะที่ในส่วนมูลค่าความเสียหายของรัฐจากขบวนการดังกล่าวทั่วประเทศจากการตรวจสอบเบื้องต้นการคาดการณ์ว่า จะอยู่ที่ประมาณ 1.7 พันล้านบาท