"แรมโบ้" เตือน "เพื่อไทย" หากยังไม่ถอนหรือแก้ไขญัตติเกี่ยวข้องกับสถาบัน ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ อนาคตระวังสนามเลือกตั้งใหญ่ ลงพื้นที่จะโดนเหมือน ธนาธร-ปิยบุตร ช่อ พรรณิการ์ ไปที่ไหนโดนโห่ไล่ที่นั่น ผลเลือกตั้งแพ้ทั้งประเทศ

30 มกราคม 2564 นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ย้ำถึงการขอให้พรรคฝ่ายค้านโดยเฉพาะพรรคเพื่อไทย แก้ไขญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่า "มีเนื้อหาบางส่วนโยงถึงสถาบัน โดยขอให้นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้านฯ ลองทบทวนอีกครั้งเพื่อแก้ไขและถอนญัตตินี้ เพราะยังพอมีเวลา แต่หากยังยืนยันที่จะอภิปรายญัตตินี้ ทั้งๆที่รู้ว่าพรรคเพื่อไทยกำลังตกหลุมพรางพรรคการเมืองที่หวังคิดล้มล้างสถาบัน ก็คงทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศที่จงรักภักดีผิดหวังและเสียใจที่สุด และการอภิปรายญัตตินี้ ก็ยังอาจทำให้เกิดปัญหาความขัดแย้งขึ้นทั้งในและนอกสภาฯ และในที่สุดพรรคเพื่อไทยจะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้เด็ดขาดกับสิ่งที่ได้กระทำลงไปในครั้งนี้

นอกจากนี้ ยังอาจส่งผลกับพรรคเพื่อไทยในอนาคตได้ โดยเฉพาะในสนามเลือกตั้งใหญ่ อาจจะแพ้แบบถล่มทลาย เพราะคนที่รักสถาบันและเป็นฐานเสียงของพรรคเพื่อไทย หากเข้าใจว่า พรรคเพื่อไทยสมรู้ร่วมคิดจาบจ้วงก้าวล่วงล้มล้างสถาบัน จะโห่ขับไล่ประท้วงทุกพื้นที่จนเดินหาเสียงแทบไม่ได้ และสุดท้ายประชาชนก็จะไม่ลงคะแนนเลือกพรรคเพื่อไทยเลยแม้แต่เขตเดียว อาจจะแพ้ทุกเขตทั่วประเทศก็เป็นไปได้

ที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยก็ได้เห็นตัวอย่างแล้วจากคณะก้าวหน้าของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นายปิยบุตร แสงกนกกุล และ น.ส.พรรณิการ์ วานิช ที่มั่นใจในฐานเสียงของกลุ่มตัวเอง แต่จากการไปลงพื้นที่หาเสียงเลือกตั้งนายก อบจ. ไม่ว่าจะไปจังหวัดใด ก็โดนประชาชนในพื้นที่ที่รักสถาบัน โห่ไล่แกนนำจนลงพื้นที่หาเสียงไม่ได้เลย ประชาชนไม่เลือกกลุ่มนี้ จนทำให้ผลการเลือกตั้งแพ้ทั้งประเทศ

ทั้งนี้ ตนขอเตือนมาด้วยความหวังดี และเป็นห่วงพรรคเพื่อไทยที่มีฐานเสียงของประชาชนมากมาย เป็นพรรคการเมืองใหญ่ จึงไม่อยากให้หมดอนาคต เพราะไปเห็นด้วยกับพรรคการเมืองที่มีพฤติกรรมจาบจ้วงสถาบันไม่เลิก อย่าเอาอนาคตทางการเมืองมาเสี่ยงกับคนพวกนี้เลย

อีกทั้งการนำเรื่องสถาบันมาอภิปรายในสภาฯ ยังถือเป็นเรื่องที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง ใครคิดก้าวล่วง คิดดึงฟ้าลงต่ำ คิดมุ่งทำลายราชบัลลังก์ บุคคลนั้นก็จะไม่มีวันเจริญรุ่งเรือง และพรรคการเมืองก็เช่นกันจะล่มสลายถึงกาลวิบัติ เพราะบรรพบุรุษและประชาชนสาปแช่งเอาไว้ และประเทศไทยศักดิ์สิทธิ์ มีองค์พระสยามเทวาธิราชที่คอยปกป้องคุ้มครองแผ่นดินและประชาชนเอาไว้ ซึ่งหากบุคคลใดหรือพรรคเพื่อไทยไม่เชื่อคำทำนายที่คนโบราณพูดไว้ ก็ลองท้าทายกับอำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และอำนาจประชาชนที่จงรักภักดีต่อสถาบันเบื้องสูงดู" นายสุภรณ์ฯ กล่าว