คุณสุทธิชัย รัตนวิไลวรรณ ผู้บริหาร Motive Influence ได้เผยมุมมองเกี่ยวกับ Influencer Marketing ในปี 2020 ว่า เป็นที่ทราบกันดีว่าทุกคนและทุกธุรกิจได้รับผลกระทบจาก Covid-19 ทั้งสิ้น ผู้บริโภคลดการใช้เงิน แบรนด์ต้องรัดเข็มขัดให้มากที่สุด ทำให้ทุกการใช้จ่ายมีความคาดหวัง จากเดิมที่ใช้ Influencer Marketing เพื่อสร้าง Awareness ก็เริ่มหวังยอดขายมากขึ้น แม้แบรนด์จะลดการใช้สื่อออฟไลน์ ในขณะเดียวกันก็ยังทำ Influencer Marketing อย่างต่อเนื่อง
กว่าจะมาถึงวันนี้ Influencer Marketing ผ่านการเปลี่ยนแปลงมาตลอด ในอดีตที่ยังไม่มีการว่าจ้าง Influencer มีจุดเริ่มต้นจากการใช้แล้วชอบ จึงแชร์ความคิดให้คนอื่นๆ รู้ หรือมีความสนใจเรื่องใดเรื่องหนึ่ง แล้วศึกษาจนเป็นกูรู ก็อยากถ่ายทอดความรู้เหล่านี้ไปยังกลุ่มคนที่มีความสนใจเดียวกัน
Influencer Marketing ปี 2021 กลับสู่โหมดดั้งเดิม เน้นการสื่อสารที่เป็นธรรมชาติ
ปัจจุบัน Influencer Marketing เป็นองค์ประกอบสำคัญในทุกธุรกิจ โดยเฉพาะในปี 2020 ที่ทุกแบรนด์ต้องปรับตัว เรียนรู้การทำตลาดออนไลน์ให้มากขึ้น สำหรับปี 2021 การทำตลาดผ่านอินฟลูเอนเซอร์จะกลับไปสู่โหมดเดิมมากขึ้น นั่นคือ ร่วมงานกับอินฟลูเอนเซอร์ที่มีความสนใจตรงกับแบรนด์จริงๆ และสื่อสารอย่างเป็นธรรมชาติ
ปัจจุบันเม็ดเงินการใช้ Influencer ระดับท๊อปสูงถึง 70-80% ของงบการใช้อินฟลูเอนเซอร์ทั้งหมด ทว่าในปี 2021 Micro Influencer จะมีความสำคัญกว่าที่ผ่านมาและครองสัดส่วนการใช้งบมากขึ้นด้วย แบรนด์มีจุดประสงค์การทำ Influencer Marketing ที่ชัดเจนขึ้น เข้าใจว่าอินฟลูเอนเซอร์แต่ละกลุ่มมีบทบาทต่างกัน เช่น ใช้ Macro Influencer เพื่อสร้าง Awaerness และใช้ Micro Influencer เพื่อสร้าง Engagement และกระตุ้นยอดขาย
ในส่วนของแนวทางการทำคอนเทนต์ ในปี 2021 ผู้บริโภคต้องการความจริงใจสูง เปิดใจยอมรับได้ว่า Influencer ต้องมีสปอนเซอร์ ถ้าทาง Influencer เปิดเผย ผู้ติดตามก็ยินดีรับฟัง เป็นความสัมพันธ์อย่างเข้าใจซึ่งกันละกัน
Motive Influence มุ่งมั่นเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้ทุกฝ่าย
ตลอดปี 2020 ทุกแคมเปญที่เข้ามาล้วนมีท้าทายสูง เราไม่ได้มองแค่ผลลัพธ์ของลูกค้า แต่เราให้ความสำคัญกับ Member และทีมงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพราะอยากให้ทุกแคมเปญเป็นไปตามแผนที่วางไว้ บางครั้งอาจมีข้อจำกัดเรื่องเวลา สถานที่ และเหตุการณ์ต่างๆ ซึ่งท้าทายให้ทีมงานต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอย่างเร่งด่วน อย่างไรก็ตามเรามุ่งมั่นที่จะเป็นสื่อกลางในการบริหารจัดการแคมเปญ Influencer Marketing เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุด
ยกตัวอย่าง แบรนด์เสื้อผ้า Superdry ที่ต้องการร่วมงานกับ Micro Influencer สายสตรีทแฟชั่น จำนวน 100 คน เพื่อโปรโมทเสื้อผ้า ความท้าทายสำหรับแคมเปญนี้อยู่ที่การหา Micro Influencer จำนวนมาก และมีสไตล์การแต่งตัวที่ชัดเจน โดยอินฟลูเอนเซอร์ต้องเดินทางไปหน้าร้าน ณ ห้างสรรพสินค้าใจกลางเมือง ภายใต้ข้อจำกัดเรื่องเวลา ความปลอดภัย และสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทำให้ไม่สามารถกำหนดแผนการทำงานที่แน่นอนได้ บวกกับเรื่องข้อจำกัดในการเดินทางของอินฟลูฯ แต่ละคน จึงเป็นแคมเปญที่ท้าทายทีมงาน Motive Influence อย่างมาก แต่ก็สำเร็จไปได้ดี ด้วยความร่วมมือร่วมใจของทุกคน
แบรนด์เล็กขอลงสนาม Influencer Marketing บ้าง
คุณสุทธิชัย เล่าว่า ที่ผ่านมาเรามักเห็นแบรนด์ใหญ่ๆ ใช้ Influencer Marketing อย่างต่อเนื่อง แต่เมื่อมี Covid-19 เข้ามา ส่งผลให้แบรนด์ต้องปรับตัวและหันมาทำตลาดออนไลน์ ปีนี้เราได้เห็นแบรนด์ขนาดเล็กหรือ SMEs กล้าใช้ Influencer Marketing มากขึ้น บ่อยครั้งที่ติดต่อเข้ามา เราจะช่วยดูให้ก่อนว่าโปรดักส์ของคุณพร้อมหรือเหมาะที่จะใช้หรือเปล่า เพื่อให้ทุกฝ่ายได้รับประสบการณ์และผลลัพทที่ดีอย่างแท้จริง
ผลลัพธ์ที่ดี เกิดจากจุดเริ่มต้นที่ดี
หลายคนมองว่า Influencer เป็นสื่อประเภทหนึ่ง ในความเป็นจริงการบริหารจัดการ Influencer ที่เป็นมนุษย์นั้นแตกต่างกับการบริหาร Media เป็นอย่างมาก การซื้อ Online Media ในปัจจุบัน ส่วนใหญ่สามารถกำหนดราคาคลิก และ Engagement ได้ ซึ่งหากใช้วิธีนี้วัดผล Influencer คุณอาจจะได้ได้ตัวเลขที่คุณต้องการเสมือนกับว่าแคมเปญนี้เป็นไปตามเป้าหมาย แต่เมื่อพลิกดูเบื้องหลัง ตัวเลข Engagement ที่เกิดขึ้นในคอนเทนต์นั้นๆ อาจมาจากการใช้ Bots หรือ Pods ก็ได้ ซึ่ง Bots หรือ Pods เหล่านั้นจะกดไลก์ หรือแสดงความคิดเห็นเพื่อปั่นยอด Engagement แม้ตัวเลขจะดูดี แต่ไม่ได้ผลลัพธ์จริงตามที่ Brand ต้องการ