ยายประจวบ สุดซึ้งน้ำใจ หลังทราบสภาทนายความ และผู้ว่าโคราช กำลังให้การช่วยเหลือเรื่องคดีเรียกเงินเบี้ยยังชีพคืน บอกสามีที่เสียชีวิตอย่าห่วง ยอมรับว่าเครียดและนอนไม่หลับ กลัวจะติดคุกตอนแก่น

28 มกราคม 2564 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปที่บ้านเลขที่ 123 หมู่ 3 ต.จอหอ อ.เมือง จ.นครราชสีมา พบกับนางประจวบ ผะดาวัลย์ อายุ 73 ปี หนึ่งใน 13 ผู้สูงอายุ ที่ถูกเทศบาลตำบลจอหอเรียกเงินค่าเบี้ยยังชีพคืนย้อนหลัง โดยนางประจวบถูกเรียกเงินคืนจำนวน 77,737 บาท ซึ่งให้ผ่อนจ่าย 3 เดือนแรก ในอัตราเดือนละ 18,000 บาท หลังจากนั้นให้ผ่อนจ่ายเดือนละ 1,100 บาทจนกว่าจะหมด แต่ไม่มีเงินจ่ายคืนจึงถูกทางเทศบาลฯ ส่งเรื่องฟ้องต่อศาลแขวงนครราชสีมา ซึ่งศาลได้มีหมายเรียกให้ไปพบในฐานะจำเลย เพื่อการไกล่เกลี่ยให้การแก้ข้อหาแห่งคดี และสืบพยาน ในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 นี้ กระทั่งล่าสุด เมื่อเช้าวันที่ 27 ม.ค.64 ทางสภาทนายความจังหวัดนครราชสีมา ได้ยื่นมือมาช่วยเหลือในการว่าความสู้คดีให้ อีกทั้งนายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ก็ได้สั่งการให้ท้องถิ่นจังหวัด เร่งสำรวจผู้สูงอายุที่ได้รับความเดือดร้อนในลักษณะนี้เพื่อให้การช่วยเหลือ

ภายหลังจากที่นางประจวบ ผะดาวัลย์ ทราบข่าวการเข้ามาช่วยเหลือของหน่วยงานต่างๆ ก็รู้สึกดีใจ โดยได้นำรูปภาพของสามี คือร้อยตรี สัมพันธ์ ผะดาวัลย์ ที่รับราชการเป็นตำรวจตระเวนชายแดนและได้เสียชีวิตในเหตุการณ์การต่อสู้กับผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ในพื้นที่ อ.นาแก จ.นครพนม เมื่อปี 2515 มาให้สื่อมวลชนดู 

ยายประจวบ สุดซึ้งน้ำใจสภาทนายความ-ผู้ว่าโคราช หาทางช่วยเหลือ

โดยนางประจวบฯ กล่าวว่า ตนเองรู้สึกดีใจ และขอบคุณที่สภาทนายความจังหวัดนครราชสีมา รวมทั้งผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา จะให้ความช่วยเหลือเรื่องคดีความครั้งนี้ เพราะตนเองตั้งแต่เกิดมาจนถึงอายุ 73 ปี ก็ยังไม่เคยมีคดีที่ต้องขึ้นโรงขึ้นศาลเลยสักครั้ง ครั้งนี้ถือว่าเป็นครั้งแรกในชีวิตเลย ซึ่งตนเองนั้นไม่รู้เรื่องกฎหมายใดๆ พอทางเทศบาลให้เซ็นรับเงินเบี้ยผู้สูงอายุเหมือนคนอื่นๆ ก็มอบอำนาจให้ญาติไปเซ็นรับมา แต่เมื่อถูกเรียกเงินคืนย้อนหลังเป็นจำนวนมากถึง 77,737 บาท ก็รู้สึกตกใจ และนอนไม่หลับมาโดยตลอด เพราะไม่มีเงินก้อนขนาดนั้นมาใช้คืน ปัจจุบันตนเองไม่มีรายได้อย่างอื่นเลย นอกจากเงินค่าบำนาญพิเศษจากการเสียชีวิตของสามี และเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ตอนนี้จึงเดือดร้อนมาก กลัวว่าจะถูกดำเนินคดีเค้าคุกตอนแก่ ดังนั้นหากได้รับการช่วยเหลือจากหน่วยงานต่างๆ จึงขอขอบคุณทุกท่านเป็นอย่างมาก

ยายประจวบ สุดซึ้งน้ำใจสภาทนายความ-ผู้ว่าโคราช หาทางช่วยเหลือ

ทุกวันนี้ตนเองก็ยังคิดถึงสามีที่เสียไปเมื่อปี 2515 ขณะนั้นเพิ่งแต่งงานกันได้แค่ 5 เดือน สามีก็ต้องไปปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เสี่ยง ถามว่ากลับหรือไม่ ก็กลัวว่าสามีจะได้รับอันตราย แต่ก็สวดมนต์ภาวนาทุกวันว่าให้สามีกลับบ้านมาโดยปลอดภัย แต่ผ่านไปแค่ 15 วัน ก็ได้รับข่าวว่าสามีถูกผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ฆ่าตายแล้ว รู้สึกเสียใจมาก เพราะสามีกำลังเป็นเสาหลักของครอบครัว มีเพียงลูกชายคนเดียวที่สืบสกุล คือนายมฤคินทร์ เขียนจอหอ อายุ 42 ปี ซึ่งตอนนี้ก็ไปเป็นอาจารย์สอนอยู่ในวิทยาลัยสารพัดช่างนครราชสีมา (ชพน.) ดังนั้นหากสามีจะรับรู้ได้ ก็อยากบอกว่าตอนนี้ไม่ต้องเป็นห่วงกับคดีต่างๆ ที่ตนกำลังพบเจอ เพราะมีผู้ใหญ่หลายคนกำลังให้การช่วยเหลือแล้ว

ยายประจวบ สุดซึ้งน้ำใจสภาทนายความ-ผู้ว่าโคราช หาทางช่วยเหลือ