DSI ร่วมกับ สถานทูตเมียนมา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยเหลือแรงงานเมียนมา 22 คน ถูกกักขัง บังคับใช้แรงงานในโรงงานขนมเยลลี่ ย่านลาดพร้าว ตั้งแต่ 7โมงถึงเที่ยงคืน

สืบเนื่องจาก ผู้ช่วยทูตฝ่ายแรงงาน สถานเอกอัครราชทูตเมียนมา ประจำประเทศไทย ได้ร้องขอให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ช่วยเหลือแรงงานชาวเมียนมา จำนวน 11 คน ซึ่งถูกกักขังและบังคับใช้แรงงานที่โรงงานทำขนมเยลลี่ ย่านลาดพร้าว พ.ต.ท. กรวัชร์ ปานประภากร อธิบดีดีเอสไอ จึงได้สั่งการให้ กองคดีการค้ามนุษย์ ดำเนินการให้ความช่วยเหลือแรงงานชาวเมียนมาดังกล่าวโดยด่วน
พ.ต.ท.สุภัทธ์ ธรรมธนารักษ์ รองอธิบดีดีเอสไอ ในฐานะที่กำกับดูแลกองคดีการค้ามนุษย์ ได้สั่งการให้ พ.ต.ต.สิริวิชญ์ ชาญเตชะสิทธิ์กุล ผู้อำนวยการกองคดีการค้ามนุษย์ และ พ.ต.ต.อาริชย์ ทัศน์พันธุ์ รองผู้อำนวยการกองคดีการค้ามนุษย์ สนธิกำลังร่วมกับ กรมการจัดหางาน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 (บก.ตม.1) ตำรวจสถานีตำรวจนครบาลโชคชัย เจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตเมียนมา ประจำประเทศไทย และผู้อำนวยการเขตลาดพร้าว ลงพื้นที่ตรวจค้นเป้าหมายตามอำนาจของพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 98 (2) และ (3) โดยมีมูลนิธิ IJM ร่วมสังเกตการณ์ ณ บ้านเลขที่ 59/18 ซอยลาดพร้าว 6 แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กทม. ซึ่งเป็นโรงงานทำขนมเยลลี่ มีลักษณะเป็นอาคาร 3 ชั้น มีประตูเหล็กปิดด้านหน้า และถูกคล้องกุญแจจากด้านนอก

เจ้าหน้าที่ได้แจ้งให้เจ้าของสถานที่เปิดประตู แต่ไม่ได้รับการตอบรับ จากนั้น ได้มีแรงงานชาวเมียนมา 4 คน เป็นชาย 3 คน และหญิง 1 คน ปีนหนีออกมาจากชั้น 3 สอบถามแรงงานชาวเมียนมาดังกล่าว ได้ความว่า ถูกกักขังและบังคับให้ทำงานตั้งแต่ 07.00 - 24.00 น. โดยไม่ให้ออกจากโรงงาน ส่วนแรงงานที่เหลืออีก 12 คน ยังอยู่ภายในโรงงาน ต่อมา เจ้าของสถานที่ได้ยินยอมให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นภายในโรงงาน ทราบชื่อเจ้าของสถานที่ คือ นางสาวลักษมล วิบูลย์ลัษณากุล อายุ 22 ปี โดยผลการตรวจค้นพบแรงงานชาวเมียนมา 18 คน เป็นเด็ก 2 คน อายุ 16 ปี และ 17 ปี โดยเจ้าหน้าที่ได้นำตัวแรงงานทั้งหมดไปยังสถานีตำรวจนครบาลโชคชัย และแจ้งสหวิชาชีพเพื่อดำเนินการคัดแยกเหยื่อต่อไป

พ.ต.ต. อาริชย์ และ ร.ต.อ.หญิง อัศนีย์ รอดน้อย ผู้อำนวยการส่วนคดีการค้ามนุษย์ 1 ได้ประชุมหารือร่วมกับ พล.ต.ต. นันทชาติ ศุภมงคล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วย พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลโชคชัย, ผู้อำนวยการสำนักงานเขตลาดพร้าว, เจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.), สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.1), กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน และกรมการจัดหางาน เพื่อหารือเกี่ยวกับแนวทางในการช่วยเหลือแรงงานชาวเมียนมาทั้งหมดข้างต้น