"หมอยง ภู่วรวรรณ" สรุปถึงเหตุการณ์ต่างๆในรอบ 1 ปี ของการระบาด "โควิด-19" ออกเป็นข้อๆถึง 19 ประเด็น ระบุถึงสิ่งที่ผ่านมา อะไรที่ต้องเจอต่อไป พร้อมแนวนำแนวทางที่เหมาะสมที่ทุกคนควรรู้

27 มกราคม 2564 ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กสรุปถึงเหตุการณ์ต่างๆในรอบ 1 ปี ของการระบาด "โควิด-19" เราเจออะไรแล้ว อะไรที่ต้องเจอต่อไป พร้อมแนวทางที่ทุกคนควรรู้ โดยระบุข้อความว่า...

"โควิด-19" 1 ปี ผ่านไปเราวิ่งมาราธอนมาถึงครึ่งทางแล้ว เราน่าจะผ่านจุดสูงสุด และกำลังวิ่งในครึ่งทางหลังใน 1 ปี ที่ผ่านมาสรุปได้ว่า...
1. โควิด-19 เป็น โรคระบาดที่รุนแรง และกว้างขวางทั่วโลกในรอบ 100 ปี นับจากไข้หวัดใหญ่สเปน
2. โรคได้ระบาดอย่างกว้างขวางทั่วโลก เป็นการระบาดใหญ่ทั่วโลก พบในทุกประเทศเริ่มจากอู่ฮั่น
3. ทางตะวันตก ระบาดมากกว่าทางตะวันออก ทั้งนี้เพราะทางตะวันออก น่าจะกลัวตาย มากกว่าทางตะวันตก มีการปฏิบัติตนอย่างเคร่งครัด

"หมอยง"สรุปบทเรียนครบรอบ 1 ปี การระบาด"โควิด-19" พร้อมข้อแนะนำที่ควรรู้


4. ไม่ว่าจะปิดประเทศหรือไม่เปิดประเทศ เศรษฐกิจตกต่ำกันถ้วนหน้า การเดินทางระหว่างกันและกันลดลง
5. ความรุนแรงของโรค จะพบในผู้สูงอายุ และมีปัจจัยเสี่ยงในเด็ก ความรุนแรงน้อยกว่าผุ้ใหญ่ และผู้สูงอายุ
6. อัตราตายโดยเฉลี่ยประมาณ 2% หรือน้อยกว่า หลังจากที่ทั่วโรคมีรายงาน 100 ล้านคน เชื่อว่ามีผู้ป่วยอาการน้อย หรือไม่มีอาการตกสำรวจ จำนวนมาก มีผู้เสียชีวิต 2.1 ล้านคน
7. ประมาณหนึ่งในสาม การติดเชื้อเป็นแบบไม่มีอาการ จึงยากต่อการควบคุมโรค

"หมอยง"สรุปบทเรียนครบรอบ 1 ปี การระบาด"โควิด-19" พร้อมข้อแนะนำที่ควรรู้

8. วิถีชีวิตใหม่ (new normal) ได้มีแนวทางปฏิบัติจนคุ้นเคย ใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือ กำหนดระยะห่าง
9. ผลของวิถีชีวิตใหม่ ทำให้โรคระบบทางเดินหายใจลดลงอย่างมาก
10. เราเริ่มเห็นแสงในการควบคุม หลังจากการพัฒนาวัคซีน และนำไปใช้ได้จริง โดยเริ่มตั้งแต่กลางเดือนธันวาคม จนปัจจุบัน มีการฉีดวัคซีนแล้ว กว่า 60 ล้านโดส
11. ประเทศอิสราเอลเป็นประเทศที่ฉีดวัคซีนของไฟเซอร์ ต่อจำนวนประชากรมากที่สุด (1 ใน 3 ของประเทศ) สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ฉีดวัคซีนไปแล้ว 1 ใน 4 ของประชากร ใช้วัคซีนเชื้อตายของจีน Shinopham

"หมอยง"สรุปบทเรียนครบรอบ 1 ปี การระบาด"โควิด-19" พร้อมข้อแนะนำที่ควรรู้


12. ประสิทธิผลการป้องกันโรคในอิสราเอล เริ่มเห็นผล ในผู้ที่อายุมากกว่า 60 ปี ที่ได้รับวัคซีน มีป่วยที่ต้องเข้าโรงพยาบาลน้อยกว่า ผู้ไม่ได้รับวัคซีนถึงร้อยละ 60
13. แสดงว่าวัคซีนลดการป่วยที่รุนแรง อย่างน้อยไม่ต้องเข้าโรงพยาบาล และลดการเสียชีวิต และเชื่อว่าวัคซีนโควิด-19 ทุกชนิดที่ใช้อยู่ในขณะนี้ ก็เช่นเดียวกัน สามารถลดความรุนแรงของโรคได้
14. การลดการระบาดโควิด-19 ได้ ประชากรอย่างน้อยร้อยละ 60 ต้องมีภูมิต้านทานกลุ่ม (herd immunity) ภูมิคุ้มกันกลุ่มคิดจากสมการ 1-1/RoRo คืออำนาจการกระจายโรค ที่มีการคำนวณไว้แล้ว อยู่ระหว่าง 2-3 ภูมิคุ้มกันกลุ่มจึงเท่ากับ 1-1/3
15. เด็กที่อายุน้อยกว่า 18 ปี ขณะนี้ยังไม่ให้วัคซีน เพราะยังไม่มีการศึกษาในเด็กกลุ่มดังกล่าว และการติดโรคในเด็ก มีอาการน้อย

"หมอยง"สรุปบทเรียนครบรอบ 1 ปี การระบาด"โควิด-19" พร้อมข้อแนะนำที่ควรรู้

16. สตรีตั้งครรภ์ วัคซีนโควิด-19 เป็นวัคซีนใหม่ ยังไม่แนะนำให้ เว้นเสียแต่ถ้ามีการระบาดมาก หรือสตรีนั้นมีความเสี่ยงสูง ก็ให้ชั่งน้ำหนักเปรียบเทียบผลได้และผลเสีย และให้ข้อมูลให้ผู้รับวัคซีนตัดสินใจ
17. การให้วัคซีน พร้อมวัคซีนอื่น โดยหลักการน่าจะให้ได้ แต่วัคซีนนี้เป็นวัคซีนใหม่ เมื่อเกิดการแทรกซ้อนจะไม่ทราบว่าเกิดจากวัคซีนอะไร จึงแนะนำให้วัคซีนนี้ห่างจากวัคซีนอื่นอย่างน้อย 14 วัน
18. วัคซีนโควิด-19 จะให้ 2 ครั้ง ยกเว้นในอนาคตอาจมีวัคซีนให้เพียงครั้งเดียว หรือ 3 ครั้ง ชนิดของวัคซีนที่ให้ควรเป็นวัคซีนยี่ห้อเดียวกันทั้ง 2 เข็ม ไม่ควรสลับยี่ห้อของวัคซีน จนกว่าจะได้มีการศึกษาแล้ว
19. ถ้าป่วยเป็นโรคโควิด-19 แล้วฉีดวัคซีนได้หรือไม่

"หมอยง"สรุปบทเรียนครบรอบ 1 ปี การระบาด"โควิด-19" พร้อมข้อแนะนำที่ควรรู้


ผู้ที่เป็นโควิด-19 แล้วยังมีข้อมูลยังไม่มากพอ และพบว่าผู้ที่มีอาการน้อย ภูมิต้านทานต่ำ และตรวจไม่ได้หลัง 6 เดือน ถ้าจะให้วัคซีน จะต้องให้หายป่วยและพ้นการกักตัวแล้ว ส่วนมาก หลังหายจากโรคโควิด-19 ใน 3 เดือนแรก โอกาสจะเป็นโรค เป็นแล้วเป็นอีกเกิดขึ้นได้น้อยมาก
การให้วัคซีนในผู้ที่เป็นโรคมาแล้ว ผู้ที่มีอาการน้อยหรือไม่มีอาการ การให้วัคซีนในกลุ่มนี้ไม่ได้มีปัญหา หรือข้อห้าม และไม่มีความจำเป็นที่จะต้องตรวจภูมิต้านทานก่อนฉีดแต่อย่างใด และการให้วัคซีนในผู้ที่เคยเป็นโรคมาแล้ว ไม่มีอันตรายเพิ่มขึ้น แต่อย่างใด
20. เมื่อให้วัคซีนแล้วมีโอกาส ติดเชื้อหรือเป็นโรคได้หรือไม่ ตอบได้เลยว่าไม่มีวัคซีน ไหนที่ป้องกันได้ 100% เมื่อฉีดวัคซีนแล้ว จึงมีโอกาสติดโรค และอาจป่วยได้ หลักฐานปัจจุบันเชื่อว่าวัคซีนทำให้อาการป่วยน้อยลง
21. ฉีดวัคซีนแล้วคงจะต้องปฏิบัติตนแบบวิถีชีวิตใหม่ จนกว่าประชากรส่วนใหญ่ หรือเกือบทั้งหมดมีภูมิต้านทาน และไม่มีการระบาดของโรค ดังนั้นจึงยังต้องสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือ และกำหนดระยะห่างของบุคคล และสังคม ต่อไป
ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ