ผู้ว่าโคราช สั่งท้องถิ่นจังหวัดสำรวจจำนวนผู้สูงอายุในพื้นที่ทั้ง 32 อำเภอ ที่ถูกเรียกคืนเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เพื่อเร่งช่วยเหลือทั้งด้านกฎหมายและการเยียวยา เชื่อไม่มีเจตนาทุจริต อาจจะเป็นเพราะความไม่รู้กฎหมาย

ความคืบหน้ากรณีพบผู้สูงอายุจำนวน 13 ราย ในพื้นที่ ต.จอหอ อ.เมือง จ.นครราชสีมา ถูกเทศบาลตำบลจอหอ เรียกเก็บเงินค่าเบี้ยยังชีพคืนย้อนหลัง ตามคำสั่งของกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง หลังจากตรวจพบว่าผู้สูงอายุเหล่านั้นได้รับเงินบำนาญพิเศษมาก่อนแล้ว ซึ่งถือว่าเป็นผู้ขาดคุณสมบัติในการได้รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 

27 มกราคม 2564 นายวิเชียร  จันทรโณทัย  ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา  กล่าวถึงแนวทางการช่วยเหลือผู้สูงอายุที่ถูกเรียกเงินคืนว่า  ขณะนี้ได้สั่งการให้ทางท้องถิ่นจังหวัดเข้าไปตรวจสอบและเข้าไปดูแล ซึ่งเรื่องนี้ทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเองก็ถูกทวงจากหน่วยตรวจสอบ ส่วนเรื่องที่จะให้พี่น้องประชาชนผ่อนชำระคืนเพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระของประชาชนนั้น ได้ให้ทางท้องถิ่นเข้าไปเจรจาตรวจสอบดูว่าระเบียบข้อกฎหมายสามารถดำเนินการได้มากน้อยแค่ไหน  

ผู้ว่าโคราชสั่งสำรวจจำนวนผู้สูงอายุถูกเรียกเงินคืนทั้งจังหวัด

ส่วนตนเห็นใจพี่น้องประชาชนผู้สูงอายุ ที่น่าจะไม่ทราบข้อกฎหมายที่ชัดเจนและรับเงินด้วยความบริสุทธิ์ใจ การรับเงินมาในแต่ละครั้งของผู้สูงอายุ เมื่อได้มาคงจะใช้เงินหมดไปกับชีวิตประจำวัน หากมีการเรียกคืนเป็นเงินก้อนใหญ่คงจะเกิดความลำบากกับประชาชนมาก อาจจะต้องหาวิธีการช่วยเหลือผู้สูงอายุเหล่านั้น แต่ทั้งนี้ได้ให้ทางท้องถิ่นจังหวัดเข้าไปตรวจสอบจำนวนผู้สูงอายุในจังหวัดทั้ง 32 อำเภอ เพื่อให้ทราบว่ามีจำนวนกี่ราย เป็นจำนวนเงินมากน้อยเพียงใดเพื่อช่วยเหลือต่อไป

ผู้ว่าโคราชสั่งสำรวจจำนวนผู้สูงอายุถูกเรียกเงินคืนทั้งจังหวัด

ชาวบ้านเองไม่น่าจะมีเจตนาที่จะโกงหรือทุจริตเงินของรัฐแต่อย่างใด ส่วนสาเหตุน่าจะเกิดจากระบบการเก็บข้อมูลที่คลาดเคลื่อนและน่าจะยังไม่ทันสมัยถึงให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นได้ อย่างไรก็ตามอยากให้พี่น้องผู้สูงอายุทุกคนสบายใจทางจังหวัดไม่ได้นิ่งนอนใจ ขณะนี้ได้เร่งดูข้อกฎหมายและระเบียบข้อบังคับ เพื่อเข้าไปให้ความช่วยเหลือทุกรายอย่างเต็มที่แน่นอน

ผู้ว่าโคราชสั่งสำรวจจำนวนผู้สูงอายุถูกเรียกเงินคืนทั้งจังหวัด