"กองบังคับการกองปราบปราม" เข้าแจง กมธ.กฎหมายฯ เผยจำเป็นต้องแยกสำนวนเพื่อดำเนินคดี "สกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ" หวั่นไร้น้ำหนักเอาผิด เตรียมแจ้งข้อหาม.144 "น้องชาย-แม่ธนาธร" ฐานสั่งจ่ายเช็กให้สินบนจนท.สำนักทรัพย์สินฯ เช่าที่ดินโดยไม่ต้องผ่านการประมูล

27 มกราคม 2564 คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กรุงเทพ พรรคพลังประชารัฐ เป็นประธาน ได้เชิญผู้แทนจากกองบังคับการปราบปราม ประกอบด้วยพ.ต.อ.ณัฐวัฒน์ เกศะรักษ์ รองผู้บังคับการปราบปราม พ.ต.อ.สัณห์เพชร หนูทอง ผู้กำกับการสอบสวน และ พ.ต.ท.หญิง บุญทิวา ลิ้มศิริลักษณ์ สารวัตรสอบสวน เข้าชี้แจงความคืบหน้าการดำเนินคดี กับนายสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทเรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด น้องชาย นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า กรณีเป็นผู้สั่งจ่ายเช็กให้เจ้าหน้าที่ของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เพื่อต้องการเช่าที่ดินโดยไม่ผ่านการการประมูลตามกระบวนการ จนนำมาสู่การดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ของสำนักงานทรัพย์สินฯในฐานะผู้รับเงิน

โดย พ.ต.อ.สัณห์เพชร ชี้แจงเหตุผลที่ต้องแยกสำนวนคดีนายสกุลธร เนื่องจากเป็นกรณีในฐานะผู้ให้ ซึ่งเป็นคนละข้อกล่าวหา หากรวมสำนวนเดียวกัน จะกลายเป็นการซัดทอดผู้ต้องหา ทำให้คดีไม่มีน้ำหนักจากคำซัดทอด จำเป็นต้องแยกระหว่างคดีผู้ให้กับผู้รับ ตามเทคนิคของการทำสำนวน พร้อมยอมรับว่าเหตุผลคดีล่าช้า เพราะความไม่ชัดเจนว่าคดีนี้ เป็นอำนาจของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หรือของกองบังคับการปราบปราม แต่เมื่อ ป.ป.ช. วินิจฉัยแล้ว ว่าเป็นอำนาจของกองบังคับการปราบปราม ทางกองปราบฯก็ได้เรียกผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องในคดีนี้มาให้ปากคำ


อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าคดีนี้ทางกองปราบฯ ได้เตรียมออกหมายเรียกนายสกุลธร ให้มารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว ซึ่งอยู่ระหว่างพิจารณาตั้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม ตามมาตรา 144 ของประมวลกฎหมายอาญา ฐาน ผู้ใดให้ ขอให้ หรือรับว่าจะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่เจ้าพนักงาน เนื่องจากเป็นคนเดียวที่เซ็นชื่อในเช็คจ่ายเงิน แต่ในการแจ้งข้อหา ต้องแจ้งในฐานะนิติบุคคลด้วย ทำให้จะต้องแจ้งข้อหาเพิ่มกับ นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ ในฐานะกรรมการผู้มีอำนาจ

กองปราบฯเตรียมแจ้งข้อหา"สกุลธร-สมพร"เพิ่มฐานให้สินบนจนท.สำนักทรัพย์สินฯ

ด้าน พ.ต.อ.ณัฐวัฒน์ กล่าวย้ำว่า การแจ้งข้อกล่าวครั้งนี้ แม้นายสกุลธร จะอ้างว่าถูกหลอก แต่ในฐานะนักธุรกิจควรทราบขั้นตอนการขอเช่าที่ดิน

ขณะเดียวกัน ที่ประชุม กมธ. ได้ซักถาม ถึงประเด็นที่นายสกุลธร อ้างว่าถูกหลอกและเป็นผู้เสียหายในคดีนี้ พ.ต.อ.สัณห์เพชร ชี้แจงว่า กรณีดังกล่าวมีข้อเท็จจริงจากเงินก้อนสุดท้าย จำนวน 10 ล้านบาท ที่จะจ่ายกัน หากมีการประชุมโครงการ แต่เมื่อการประชุมโครงการไม่เกิดขึ้นจริง นายสกุลธรจึงต้องการยกเลิกสัญญากับเจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพย์สินฯให้คืนเงิน และเมื่อมีการคืนเงินแล้ว นายสกุลธร ก็ไม่ได้ดำเนินคดี ฐานฉ้อโกงกับเจ้าหน้าที่รายดังกล่าวแต่อย่างใด


กองปราบฯเตรียมแจ้งข้อหา"สกุลธร-สมพร"เพิ่มฐานให้สินบนจนท.สำนักทรัพย์สินฯ