ต่อมาเมื่อปี 2547 มีสมาชิกสภา อบต. มาขอเอกสารคนชราในหมู่บ้านเพื่อไปทำเรื่องขอรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุที่ อบต. รวมถึงแม่ของตนเองด้วย แต่ไม่เห็นมีเจ้าหน้าที่มาซักถามข้อมูลหรือแจ้งรายละเอียดอะไรเลย กระทั่งเดือน ธ.ค. 2547แม่ก็เริ่มได้รับเบี้ยผู้สูงอายุเดือนละ 500 บาท จนถึงเดือน ก.ย.2554 จากนั้นปี 2555 ถึงเดือน ก.พ.2563 ได้รับเดือนละ 800 บาท ก็ไม่เคยมีเจ้าหน้าที่มาแจ้งอะไร กระทั่งวันที่ 23 มิ.ย.2563 ได้รับหนังสือจากทาง อบต. แจ้งว่าจะเรียกเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุคืนจากนางทิม ผู้เป็นแม่ ที่ได้รับไปตลอดระยะเวลา 16 ปี รวมเป็นเงิน 121,800 บาท เนื่องจากเป็นผู้ได้รับบำนาญจากกรมบัญชีกลาง ถือเป็นการรับเงินจากรัฐซ้ำซ้อน
นางประมวล บอกว่า หลังได้รับหนังสือดังกล่าวทั้งแม่และตนเอง ตกใจมาก ก็เลยปรึกษาพี่สาว และพี่ชาย ก็เห็นร่วมกันว่าจะเอาเงินที่แม่ได้รับเงินบำนาญพิเศษล่าสุดเดือนละ 10,000 บาท ไปผ่อนชำระให้กับทาง อบต. เพราะกลัวจะถูกดำเนินคดี โดยได้ไปทำบันทึกตกลงที่ อบต. ตอนแรกขอผ่อนชำระเดือนละ 2,000 บาท แต่เจ้าหน้าที่บอกว่าถ้าชำระ 2,000 จะใช้เวลาหลายปีกว่าจะหมดจึงแนะนำให้ชำระเดือนละ 5,000 บาท จึงยอมชำระเดือนละ 5,000 บาทเป็นเวลา 24 เดือนตามที่เจ้าหน้าที่แนะนำ โดยเอาจากเงินบำนาญของแม่ที่ได้รับมาจ่ายตั้งแต่เดือน ก.ค.2563 จนถึงปัจจุบันรวม 6 เดือนแล้ว แต่ก็อยากถามว่าความผิดพลาดไม่ได้อยู่ที่แม่ทำไมจะต้องมารับภาระตรงนี้ หากเป็นไปได้ก็อยากให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบและช่วยเหลือด้วย เพราะเงินบำนาญที่เหลือ 5,000 แม่ก็ต้องดูแลเลี้ยงหลานกำพร้าอีกถึง 4 คน