ทั้งนี้ตนยอมรับว่า เงินสงเคราะห์เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุของแม่ ที่ถูกเรียกคืนก็ต้องส่งกลับคืนให้กับทางภาครัฐ แต่ตนอยากจะขอผ่อนชำระในจำนวนเงินที่น้อยลงกว่านี้ อาจปรับลงเป็นเดือนละ 500-600 บาท เพราะถ้าจะให้ผ่อนชำระในเดือนละ 18,000 บาท ตนก็จะมีเงินไม่เพียงพอ ที่จะใช้จ่ายในแต่ละวัน ซึ่งตนยืนยันว่ายินดี และพร้อมที่จะผ่อนชำระ แต่ถ้าจะให้ชำระเป็นเงินก้อน ตนก็คงจะคืนให้ไม่ไหว โดยวันที่ 18 กุมภาพันธ์นี้ตนพร้อมแม่ จะเดินทางไปที่ศาลแขวงนครราชสีมา เพื่อขอให้ศาลช่วยพิจารณาและมอบความเป็นธรรมแก่ตน และแม่
อย่างไรก็ตาม จากการสอบถามชาวบ้านในหมู่บ้าน ทราบว่า ยังมีคนในเขตเทศบาลตำบลจอหออีกอย่างน้อย 5 ราย ที่ถูกทางเทศบาล เรียกเก็บคืนเงินสงเคราะห์เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุคืน โดยก่อนหน้านี้ผู้สื่อข่าว ก็ได้รับเรื่องเรียนจาก นายมฤคินทร์ เขียนจอหอ อายุ 42ปี บุตรชายของ นางประจวบ ผะดาวัลย์ อายุ 73ปี ชาวบ้านในพื้นที่หมู่3 ตำบลจอหอ ว่าถูกขอเรียกคืนเงินสงเคราะห์เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ที่ทางภาครัฐจ่ายให้กับนางประจวบ ผู้เป็นแม่ โดนเรียกเก็บย้อนหลังตั้งแต่เดือนเมษายน ปี2552 ถึงเดือนพฤศจิกายน ปี2563 เป็นระยะเวลานานกว่า 11 ปี ซึ่งเมื่อรวมดอกเบี้ยทั้งหมดแล้ว จะเป็นเงิน จำนวน 77,737 บาท โดยครอบครัวของนางประจวบ ก็ยินดีที่จะเดินทางไปที่ศาลแขวงนครราชสีมาตามนัดหมาย เพื่อขอให้ศาลช่วยเจรจาไกล่เกลี่ยด้วยเช่นเดียวกัน