ผศ.ดร.มาโนช โพธาภรณ์ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า กรณีศึกษาการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ การปลูกข้าว เปียกสลับแห้ง ที่อ่างดอยงู น้ำที่เคยมีสำหรับปลูกข้าว 5,000 ไร่ สามารถขยายได้เป็น 2 เท่า โดยได้รับรางวัลการบริหารจัดการน้ำจาก กพร. การบริหารจัดการน้ำให้เพียงพอเกิดจากการแย่งน้ำกันของชาวบ้าน เกิดการรประชุมเพื่อแก้ไขปัญหา เพื่อวางแผนจัดการโควตาน้ำตามข้อตกลงของกลุ่มผู้ใช้น้ำ โดนหันมาใช้วิธีปลูกข้าวแบบเปียกสลับแห้ง จากเดิมที่ใช้น้ำ 2,000 ลบ.ม. ต่อไร่ มาเป็นต่ำกว่า 1,000 ลบ.ม.ต่อไร่ เชื่อว่าการดำเนินการปลูกข้าวแบบเปียกสลับแห้งเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำได้อย่าเต็มที่
ผศ.สุธาสินี สุภา หัวหน้าศูนย์บริการวิชาการทางกฎหมาย คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นเมืองเกษตรกรรม มีกว่า 9ล้านครัวเรือน ซึ่งถือเป็นฐานการใช้จ่ายสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจประเทศ หากภัยแล้งส่งผลสร้างความเสียหายต่อพื้นที่เพาะปลูกทางการเกษตร จะส่งผลกระทบต่อไปยังรายได้ของกลุ่มคนส่วนใหญ่ของประเทศ ซึ่งอาจส่งผลไปถึงปัญหาหนี้ครัวเรือน และหนี้นอกระบบ หากไม่เร่งแก้ไขปัญหาจะส่งผลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจไทยได้
ผศ.ดร.วสันต์ จอมภักดี ประธานคณะกรรมการประสานงาน อนุรักษ์แม่ปิงและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า การแก้ปัญหาภัยแล้งมาตรการที่สำคัญ ต้องเริ่มในฤดูฝน โดยดูจากต้นทุนน้ำเป็นหลัก ในลุ่มน้ำภาคเหนือเป็นลุ่มน้ำที่มีขอบเขตชัดเจน การบริหารจัดการทำงานได้ค่อนข้างง่าย เพราะมีสันปันน้ำกำหนดไว้ชัดเจน การบริหารจัดการน้ำจึงขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำฝนเป็นหลัก การกักเก็บน้ำต้นทุนไว้ใช้เป็นเรื่องสำคัญ รวมทั้งต้องมีข้อมูลการใช้น้ำอย่างชัดเจน เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด ถึงเวลาที่ต้องให้ความสำคัญกับข้อมูลการใช้น้ำอย่างชัดเจนสร้างการมีส่วนร่วมให้ได้ การจะแก้ไขปัญหาภัยแล้งให้มีประสิทธิภาพ ต้องกำหนดเป็นยุทธศาสตร์ภัยแล้งเข้าไปในแผนยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาระดับประเทศ