"วราวุธ" ย้ำเทคโนโลยีช่วยเสริมการทำงานทรัพยากรธรรมชาติ แต่การดูแลทรัพยากรเป็นหน้าที่ของทุกคน ขณะที่ "กรมทะเล" ร่วมมือ GISTDA เตรียมขยายผลติดตามทรัพยากรทางทะเลอื่น

นายวราวุธศิลปอาชารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่าการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นงานที่ต้องอาศัยเทคนิคความรู้และความเชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขาวิชารวมถึงการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อช่วยในการบริหารจัดการ และการตัดสินใจเชิงนโยบาย ซึ่งโดยส่วนตัวตนเป็นคนที่สนใจงานด้านเทคโนโลยีอยู่แล้วและอย่างที่เห็นได้ชัดเจน กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้ร่วมมือกับ GISTDA ในการติดตามสถานการณ์พื้นที่ป่าชายเลนคงสภาพและป่าชายหาดทั่วประเทศซึ่งผลการศึกษาสรุปว่า เรามีพื้นที่ป่าชายเลนคงสภาพเพิ่มขึ้นกว่า 2 แสนไร่ ถ้าเราให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สำรวจคงใช้เวลานานอีกทั้งความถูกต้องแม่นยำอาจจะไม่เทียบเท่า


อย่างไรก็ตาม ตนจะได้หารือกับนายจตุพร บุรุษพัฒน์ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  เพื่อหาแนวทางการขยายผลการดำเนินงานกับทรัพยากรธรรมชาติอื่น ๆ ด้วยหากสามารถรายงานสถานการณ์ได้แบบ Real Time ได้จะช่วยให้การบริหารจัดการและการตัดสินใจมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และสิ่งที่ตนอยากฝากไว้ก็คือ"เทคโนโลยีทำให้เราทำงานง่ายขึ้นรวดเร็วขึ้น แต่การดำเนินงานด้านการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และการใช้ประโยชน์ยังเป็นหน้าที่ของเราทุกคน ต่อให้เทคโนโลยีจะดีหรือทันสมัยมากมายขนาดไหน ถ้าเราทุกคนไม่ร่วมแรงร่วมใจกันลงมือทำทรัพยากรก็คงไม่สามารถคงอยู่ได้ยั่งยืนอย่างแน่นอน"

 


"วราวุธ" ย้ำเทคโนโลยีช่วยเสริมการทำงานทรัพยากรธรรมชาติ

ภายหลังการเป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการโครงการจัดทำระบบฐานข้อมูลทรัพยากรป่าชายเลนโดยการจำแนกเขตการใช้ประโยชน์ที่ดินป่าชายเลน ด้วยภาพถ่ายดาวเทียมรายละเอียดสูง

นายโสภณ ทองดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เปิดเผยว่า นับจากการลงนามในบันทึกข้อตกลงทางวิชาการและวิจัยด้านเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และ GISTDAตั้งแต่เดือนเมษายน 2563 ทั้ง 2 หน่วยงานได้ร่วมมือกันศึกษาสำรวจทรัพยากรป่าชายเลนคงสภาพของประเทศไทย พบว่า ปัจจุบันมีพื้นที่ป่าชายเลนคงสภาพกว่า 1,737,020 ไร่เพิ่มขึ้นจากปี 2557 ประมาณ 2 แสนไร่ 


ซึ่งตนเชื่อว่าส่วนสำคัญเกิดจากความร่วมมือของพี่น้องประชาชนที่ช่วยกันปลูกและดูแลผืนป่าชายเลนให้เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ เพื่อต่อยอดความสำเร็จของการศึกษา กรมและGISTDA ได้จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานส่วนกลางและในพื้นที่กว่า 100คน โดยเป็นการประชุมแบบผสมผสานทั้งแบบในห้องประชุมและ Video Conference สำหรับอนาคต กรมได้กำหนดแผนความร่วมมือต่อเนื่อง เพื่อขยายผลไปยังทรัพยากรทางทะเลอื่น ๆ เช่นการติดตามสถานภาพปะการังและหญ้าทะเล การสำรวจและติดตามสัตว์ทะเลหายากและสถานการณ์การกัดเซาะชายฝั่งทะเลทั่วประเทศ ต่อไป


"วราวุธ" ย้ำเทคโนโลยีช่วยเสริมการทำงานทรัพยากรธรรมชาติ

ด้านนายปกรณ์ อาภาพันธุ์ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ กล่าวเสริมว่า งานด้านการติดตามและสำรวจทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทาง GISTDA ได้ให้ความสำคัญและรวบรวมฐานข้อมูลและภาพถ่ายทางดาวเทียมไว้จำนวนมากทำให้มีความพร้อมในการศึกษาและติดตามสถานการณ์ รวมถึงการเปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ซึ่งการทำงานร่วมกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ช่วยสนับสนุนให้เกิดการใช้งานฐานข้อมูลให้คุ้มค่าและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นอกเหนือจากการดำเนินงานร่วมกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแล้ว 


ทาง GISTDAได้จัดทำ Marine and Coastal GI Application และสถานีเรดาร์ชายฝั่งเพื่อติดตามสถานการณ์กระแสผิวน้ำหน้าทะเล จำนวน 7 พื้นที่ และตรวจติดตามเหตุการณ์สำคัญทางทะเลมาอย่างต่อเนื่องทั้งนี้ จากการหารือร่วมกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้วางแผนเตรียมขยายผลการดำเนินงานเพื่อติดตามสถานการณ์ทรัพยากรใต้ทะเลและสถานการณ์สำคัญอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง ต่อไป นายปกรณ์ อาภาพันธุ์ กล่าวทิ้งท้าย

 

 

"วราวุธ" ย้ำเทคโนโลยีช่วยเสริมการทำงานทรัพยากรธรรมชาติ

"วราวุธ" ย้ำเทคโนโลยีช่วยเสริมการทำงานทรัพยากรธรรมชาติ