25 มกราคม 2564 นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม เปิดเผยว่า จากที่สถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 (COVID-19) ระลอกใหม่ ยังคงพบผู้ติดเชื้ออย่างต่อเนื่อง โดยยังไม่มีแนวโน้มจะคลี่คลายลง ในส่วนคณะอนุกรรมการศึกษา ติดตามและแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการคดีภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่มีนายชาญณรงค์ ปราณีจิตต์ ผู้พิพากษาศาลฎีกา เป็นประธานฯ ซึ่งได้ติดตามประเมินสถานการณ์ของการแพร่ระบาดไวรัสโควิดในส่วนที่เกี่ยวข้องกับศาลยุติธรรมมาโดยตลอด นับตั้งแต่มีการแพร่ระบาดของเชื้อโควิดในไทยที่เริ่มต้นครั้งแรกต้นปี พ.ศ.2563
ทั้งนี้ ได้ประชุมหารือเป็นประจำทุกเดือนเพื่อจะพิจารณามาตรการต่าง ๆ ที่นำมากำหนดเป็นแนวปฏิบัติสำหรับหน่วยงานในสังกัดสำนักงานศาลยุติธรรมทั่วประเทศ เพื่อบริหารจัดการคดีไม่ให้กระทบการพิจารณาพิพากษาของศาล และไม่เป็นอุปสรรคต่อคู่ความในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด โดยคณะอนุกรรมการศึกษาฯ จะประกาศแนวปฏิบัติบริหารจัดการคดีออกมาทุก ๆ เดือนตามที่เห็นสมควรต่อความจำเป็นในสถานการณ์ขณะนั้น
ล่าสุดได้ประกาศแนวปฏิบัติบริหารจัดการคดีฉบับที่ 4 สำหรับช่วงเวลาตั้งแต่วันที่ 15 ม.ค.-28 ก.พ.64 นี้ ในด้านการจัดการคดี เห็นควรให้ศาลชั้นต้น เลื่อนคดีจัดการพิเศษ (คดีที่ไม่มีความยุ่งยากซับซ้อน และมีแนวโน้มที่จะพิจารณาให้เสร็จได้ภายในนัดเดียวหรือใน 1 วัน เช่น คดีแพ่งมโนสาเร่ คดีผู้บริโภค) คดีสามัญ (คดีที่ไม่ใช่คดีจัดการพิเศษ ซึ่งต้องสืบพยานหลักฐานของคู่ความและไม่สามารถนั่งพิจารณาคดีให้เสร็จได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว)
และคดีสามัญพิเศษ (คดีสามัญที่มีความยุ่งยากสลับซับซ้อน มีพยานหลักฐานที่ต้องนำสืบจำนวนมากไม่สามารถนัดสืบต่อเนื่องกันไปจนเสร็จต้องสืบเป็นช่วงๆ ละ 2-4 วัน) ที่เคยนัดพิจารณาไว้ระหว่างวันที่ 1-28 ก.พ.64 นี้ ออกไปก่อน โดยยังไม่ต้องกำหนดวันนัดใหม่ทั้งนี้ให้แจ้งคู่ความ และพยานที่ศาลมีหมายเรียกทราบด้วย