"แรมโบ้" ซัด "เก่งการุณ-อนุสรณ์" พูดมากจนปากเหม็น จ้อรายวันไร้สาระ ยิ่งทำให้พรรคเพื่อไทยตกต่ำ พรรคอาจถูกยุบได้ ไม่เป็นตัวอย่างที่ดีให้เยาวชน "ส.ส.สิระ" ฝากถามอยากเจอในห้องน้ำที่สภาฯ อีกครั้ง ยืนยันคนอย่างแรมโบ้ มีจุดยืนไม่ยอมเป็นทาสรับใช้คนขี้โกงชั่วชีวิต

25 มกราคม 2564  นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ถึงการที่คนพรรคเพื่อไทย ออกมาโจมตีรัฐบาลและออกมาโจมตีตนเองว่า เห็นใจโฆษกพรรคเพื่อไทย ที่ถูกผู้ใหญ่ในพรรคเขียนข่าวให้ออกมาพูดว่า พล.อ.ประยุทธ์ฯ ทำงานมา 7 ปี สู้โจ ไบเดน ทำงานวันเดียวไม่ได้ ทั้งๆที่ ไม่ได้ศึกษาเนื้อหาการทำงานของรัฐบาลเลย เอาแต่สร้างวาทกรรม ทำงานไม่มีองค์ความรู้ จึงสมควรเป็นฝ่ายค้านตลอดชีพ 
ส่วนการที่นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ออกมาโจมตีว่า พล.อ.ประยุทธ์ฯ ใช้ให้ตนออกมาตอบโต้นั้น ขอยืนยันว่า ไม่เกี่ยวกับนายกฯ แต่ในฐานะผู้ช่วยรัฐมนตรี จะต้องทำหน้าที่ชี้แจงเมื่อมีใครมากล่าวเท็จ สร้างเรื่องใส่ร้ายนายกฯ และรัฐบาลในสิ่งที่ไม่เป็นความจริง นายอนุสรณ์ฯ ก็เช่นกัน ไปรวบรวมตัวเลขการใช้งบประมาณ 7 ปีมา แต่ทำไมไม่ลงรายละเอียดให้ชัดเจนว่า ที่รัฐบาลนี้ต้องใช้เงินอย่างนั้น เพราะนำมาแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่รัฐบาลเพื่อไทยทำล้มเหลวเอาไว้มากมาย และเงินถึงมือประชาชนอย่างคุ้มค่าอย่างไร เมื่อเทียบกับรัฐบาลเพื่อไทยในอดีต เงินงบประมาณไม่ถึงมือประชาชนเต็มเม็ดเต็มหน่วย แต่ไปตกอยู่ในกระเป๋าของคนในพรรคเพื่อไทยไม่กี่คน 
รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ฯ ต่างจากรัฐบาลเพื่อไทย เรากู้เงินเราใช้งบประมาณไปเพื่อช่วยค่าครองชีพประชาชนและกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่รัฐบาลเพื่อไทยใช้เงินไปเพื่อโกงและเอาเข้ากระเป๋านายใหญ่ นายหญิง และคนใกล้ชิด มันต่างกันอย่างชัดเจน และการที่นายอนุสรณ์ฯ ออกมาบอกว่า ถ้านายกฯ ใช้คนต้นทุนติดลบมาอยู่ใกล้ตัว คอยแก้ต่างให้ มีแต่จะทำให้ตัวพล.อ.ประยุทธ์ฯ มอมแมม หากที่พูดถึงนั้นหมายถึงตนก็ขอบอกกับนายอนุสรณ์ฯ ว่า ตนยังทำงานที่เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง คิดดีทำดีต่อประเทศชาติและประชาชน มากกว่านายอนุสรณ์ฯ และคนในพรรคเพื่อไทยบางคนอย่างแน่นอน เพราะคนอย่างนายอนุสรณ์ฯ มีปากเห่าปากหอนไปวันๆ เหมือนคนตกงาน ไม่มีงานทำ 

"แรมโบ้" ซัด "เก่งการุณ-อนุสรณ์" พูดมากจนปากเหม็น

ใช้วาจาปากเน่าปากเหม็นด่านายกฯและรัฐบาลรายวัน ตนเคยบอกผู้ใหญ่ในพรรคเพื่อไทยไว้หลายๆ ครั้งแล้วว่า ถ้าใช้นายอนุสรณ์ฯ เห่าหอน ทุกๆ วัน  จะทำให้พรรคล่มสลายแตกแยกและตกต่ำไปเรื่อยๆ แต่นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคไม่เชื่อ ในที่สุดก็เป็นจริงตามที่ตนพูดเตือนไว้ด้วยความหวังดี และถ้ายังขืนปล่อยให้นายอนุสรณ์ฯ ออกมาเห่าหอนรายวันเช่นนี้ต่อไปอีก ไม่รีบจัดการปลดออก ให้คอยติดตามชมอนาคตของพรรคเพื่อไทยถึงขั้นยุบพรรคเป็นแน่ คอยดูว่าโหรสมัครเล่นที่ชื่อ "แรมโบ้" คนนี้ จะพยากรณ์แม่นแค่ไหน เพราะไม่มีใครรู้จักนิสัยสันดานนายอนุสรณ์ฯ ดีเท่ากับตน 
ส่วนกรณีที่นายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ที่ออกมาโจมตีว่า ตนเป็นคนเนรคุณ  ตนอยากบอกว่าไม่เคยคิดเนรคุณใคร ไม่ว่านายทักษิณฯ หรือนางสาวยิ่งลักษณ์ฯไปถามดูได้ ในอดีตเคยสู้เพื่อคนสองคนนี้ ตนนึกว่าจะทำเพื่อประชาชนเพื่อประชาธิปไตย แต่พอทำไปเริ่มเห็นธาตุแท้ว่า เป็นนักการเมืองที่เอาประชาธิปไตยมาเป็นข้ออ้าง เพื่อแสวงหาผลประโยชน์และความร่ำรวยให้ตัวเอง ตนจึงถอยห่างออกมา ไม่อยากถูกกล่าวหาว่าเป็นค้ำยันให้กับคนที่เอาแต่ประโยชน์ส่วนตัว ไม่คิดถึงประโยชน์ประเทศชาติและประชาชนเป็นตัวตั้ง แต่ถ้านายการุณฯ จะกล่าวหาว่าตนเป็นคนเนรคุณ ตนก็ยอมเป็นคนเนรคุณตามที่กล่าวหา เพื่อขัดขวางไม่ให้ใครมาโกงบ้านกินเมืองและหากินบนหลังชาวนาอีกต่อไป 

"แรมโบ้" ซัด "เก่งการุณ-อนุสรณ์" พูดมากจนปากเหม็น

ตนยอมเป็นคนเนรคุณเพื่อรักษาผลประโยชน์ให้กับประเทศชาติประชาชน ดีกว่าที่จะเป็นทาสหรือสมุนขี้ข้าคอยชเลียร์ ยอมเลียแข้งเลียขาเอาใจเจ้านาย ยอมปิดหูปิดตา หูหนวกตาบอดเป็นใบ้ ปล่อยให้เจ้านายแสวงหาผลประโยชน์ตามอำเภอใจ บ้านเมืองจะวิบัติฉิบหาย ประชาชนถูกเอารัดเอาเปรียบจะเป็นจะตายอย่างไรช่างหัวมัน คนอย่างแรมโบ้ไม่เหมือนคนชื่อการุณ โหสกุล ที่ยอมเป็นขี้ข้าชเลียร์ได้ทุกเรื่อง เพียงขอให้นายการุณฯ และพรรคพวกได้มีผลประโยชน์ร่วมด้วยช่วยโกงอย่างนั้นใช่ไหม นั่นมันไม่ใช่นิสัยคนอย่างแรมโบ้ เพราะแรมโบ้นิสัยไม่เหมือนนายเก่งการุณฯ จึงยอมเป็นคนเนรคุณตามที่นายการุณฯ กล่าวหา แต่ทุกอย่างทำไปเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนต้องมาก่อนเจ้านายที่ขี้โกง นี่คืออุดมการณ์ของคนชื่อแรมโบ้ นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ที่จะไม่ยอมเป็นทาสรับใช้คนขี้โกงชั่วชีวิต
ตนก็ไม่อยากพูดถึงคนชื่อนี้อีกต่อไปเหมือนกัน เพราะกลัวเชื้อนิสัยขี้โกงอวดเก่ง แต่เก่งไม่สมชื่อ ดีแต่รังแกผู้หญิง ตีลูกตีเมีย จะมาติดครอบครัวลูกหลานของตน เพราะทราบว่า นายเก่งนั้นเก่งสมชื่อ เก่งตีเมีย ตีไก่ เก่งแทงบอล แต่ไม่เก่งเรื่องการทำความดี ไม่เก่งเรื่องพูดความจริง เป็นถึงผู้แทนของประชาชนแต่ไม่ทำนิสัยให้เป็นตัวอย่างที่ดีแก่เยาวชนเลยสักนิด นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ฝากมาบอกว่า วันไหนมีเรื่องที่จะปรึกษาหารือ ขอนัดเจอในห้องน้ำที่สภาฯ อีกครั้ง ไม่รู้ว่ามีเรื่องราวอะไรเคยเกิดขึ้นในห้องน้ำไม่ทราบ ข่าวมาว่าหน้าซีดเหมือนไก่ต้มไปเลย ส.ส.สิระฯ ยังคาใจฝากถามมา "นายเก่งว่างๆ เมื่อไรขอเจออีกครั้งที่เดิม" นิสัยแบบนี้ ขอให้ควรระวังเอาไว้ อีกไม่นานอาจจะติดคุกเพราะคดีให้การเท็จต่อศาลรัฐธรรมนูญที่ส.ส.สิระฯ ไปแจ้งความเอาไว้แล้ว ตนคิดว่า ครั้งหน้าเขตดอนเมืองอาจจะไม่มี ส.ส.ชื่อการุณ โหสกุล เซียนพนันตัวยง เพราะประชาชนไม่อยากเห็นผู้แทนที่ลุ่มหลงงมงายกับการพนันอบายมุข มาเป็นตัวแทนของประชาชนอีกต่อไป