อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวตั้งข้อสังเกตว่าการที่มีบริษัทเอกชนเข้ามาเกี่ยวข้อง ก็ย่อมเป็นบริษัทที่แสวงหาผลกำไร ในกรณีนี้หากปิดชื่อผู้สนับสนุนหลักบริษัทนี้ จะได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาล 600 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินที่มาจากภาษีของประชาชน และระยะหลัง เงินสนับสนุนเป็น 1,400 ล้านบาท จึงตั้งข้อสังเกตว่าเงินที่สนับสนุนใน 3 ข้อตกลง ไม่เป็นเอกเทศ และมีความเกี่ยวโยงกัน
นอกจากนี้ เมื่อพิจารณาถึงรายละเอียดในเอกสารข้อตกลงทั้ง 3 ข้อตกลง ยังไม่มีเอกสารฉบับไหน ที่ระบุถึงการคัดเลือกหรือการเปรียบเทียบบริษัทที่นำเข้าและจัดหาวัคซีน จึงมองว่าภาครัฐเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทเอกชน หากรัฐบาลอ้างว่าบริษัทนี้ผลิตยาต่ำกว่าทุน ก็มองว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะเมื่อเป็นบริษัทเอกชนแล้ว จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะผลิตสินค้าหรือยาต้นทุนที่ต่ำกว่าราคาตลาด
ส่วนคำที่ว่าเป็น "วัคซีนพระราชทาน" ก็ไม่ได้พูดออกมาก่อน แต่มีคนเคยพูดคำนี้แล้ว โดยนายธนาธร ได้เปิดคลิปวิดีโอแสดงการแถลงข่าวของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ที่อธิบายถึงวัคซีนพระราชทาน