ภายหลังจากที่ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ นายกเหล่ากาชาดจังหวัด พร้อมหัวหน้าส่วนได้เข้ามาพบปะพูดคุยสอบถามเบื้องต้น คุณยายฮ่อง แจ้งว่า ภาระหนี้สินที่มีอยู่ในขณะนี้ มีจำนวน 315,000 บาท ไม่รวมค่าธรรมเนียมในการรังวัดแบ่งแยกที่ดิน และค่าโอนที่ดินดังกล่าว ซึ่ง ธ.ก.ส. จะมอบสินเชื่อให้ทั้งหมด โดยให้ผ่อนส่งคืนแบบระยะยาวเป็นรายปี ไม่เกิน 15 ปี โดยมีภาระหนี้ได้แก่ ค่าซื้อที่ดินปลูกบ้านในราคา 150,000 บาท จ่ายไปแล้วบางส่วนเหลืออยู่ 105,000 บาท เป็นหนี้ค่าวัสดุในการทำบ้านอยู่อีก 40,000 บาทยังไม่รวมดอกเบี้ย และมีภาระหนี้รถยนต์ที่ให้ลูกสาวออกให้อยู่อีก 160,000 บาท จากการที่คุณยายได้ประกาศลงข่าวออนไลน์มีผู้บริจาคเงินเข้ามาที่ธนาคารกรุงไทยและธนาคารออมสินแล้วยอดล่าสุดเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2564 ที่ธนาคารกรุงไทยมียอด 53,000 บาท ธนาคารออมสินมียอด 13,000 กว่าบาท เดิมคุณยายเป็นลูกค้าของธนาคาร ธ.ก.ส. สาขาโพธิ์ศรีสุวรรณ เคยมีประวัติการกู้เงินใช้หนี้นอกระบบให้ลูกชายแต่ปัจจุบันได้ใช้หนี้ธนาคารหมดแล้ว จึงได้ย้ายมาอยู่กับสามีที่บ้านสวนฝ้ายในเขตอำเภออุทุมพรพิสัย ได้ประกอบอาชีพทอดข้าวเกรียบบรรจุถุงเร่ขายไปตามหมู่บ้าน ก่อนหน้านี้ก็ขายดีมีเงินเก็บ แต่หลังจากสถานการณ์โรคโควิดแพร่ระบาดก็ขายไม่ได้ จนไม่มีเงินไปใช้หนี้ที่มีอยู่ทั้งหมด หาทางออกไม่ได้สุดท้ายประกาศขายดวงตาทั้งสองข้าง