ยายฮ่องวัย 72 ปี ชาวอำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ ที่ประกาศขายดวงตาทั้งสองข้างเพื่อใช้หนี้ที่ดินปลูกบ้านและหนี้สินภายนอก เหล่ากาชาดจังหวัด ลงพื้นที่พบเจรจา ธนาคาร ธ.ก.ส. รับภาระมอบสินเชื่อจ่ายใช้หนี้ทั้งหมด คุณยายพอใจขอปิดรับบริจาคเงินช่วยเหลือทุกทาง

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

20 มกราคม 2564 ที่ บ้านเลขที่ 110 บ้านสวนฝ้าย หมู่ที่ 17 ตำบลสำโรง อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ พร้อมด้วยนายกเหล่ากาชาดจังหวัด, นายสุกิจ เหลืองสกุลไทย นายอำเภออุทุมพรพิสัย, ป้องกันบรรเทาและสาธารณภัยจังหวัด, พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด, ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. สาขาโพธิ์ศรีสุวรรณ และสาขาอุทุมพรพิสัย ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย ร่วมเดินทางมาพบปะคุณยายฮ่อง ก่ำเกลี้ยง อายุ 72 ปี และสามี นายบุญเชี่ยว สินสวัสดิ์ อายุ 74 ปี ภายหลังจากที่คุณยายประกาศขายดวงตาเพื่อมาใช้หนี้ โดยเฉพาะหนี้ในการซื้อที่ดินสร้างบ้าน ผ่านข่าวออนไลน์ พร้อมเปิดรับบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือตน ที่มีอาชีพเร่ขายข้าวเกรียบ ไปตามหมู่บ้านต่าง ๆ แต่ต้องประสบปัญหาขายไม่ได้ เนื่องจากสถานการณ์โรคโควิด-19 ทำพิษเศรษฐกิจกับทุกคน



ธกส.ช่วย"ยายฮ่อง"ไม่ต้องขายดวงตา




ธกส.ช่วย"ยายฮ่อง"ไม่ต้องขายดวงตา

ภายหลังจากที่ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ นายกเหล่ากาชาดจังหวัด พร้อมหัวหน้าส่วนได้เข้ามาพบปะพูดคุยสอบถามเบื้องต้น คุณยายฮ่อง แจ้งว่า ภาระหนี้สินที่มีอยู่ในขณะนี้ มีจำนวน 315,000 บาท ไม่รวมค่าธรรมเนียมในการรังวัดแบ่งแยกที่ดิน และค่าโอนที่ดินดังกล่าว ซึ่ง ธ.ก.ส. จะมอบสินเชื่อให้ทั้งหมด โดยให้ผ่อนส่งคืนแบบระยะยาวเป็นรายปี ไม่เกิน 15 ปี โดยมีภาระหนี้ได้แก่ ค่าซื้อที่ดินปลูกบ้านในราคา 150,000 บาท จ่ายไปแล้วบางส่วนเหลืออยู่ 105,000 บาท เป็นหนี้ค่าวัสดุในการทำบ้านอยู่อีก 40,000 บาทยังไม่รวมดอกเบี้ย และมีภาระหนี้รถยนต์ที่ให้ลูกสาวออกให้อยู่อีก 160,000 บาท จากการที่คุณยายได้ประกาศลงข่าวออนไลน์มีผู้บริจาคเงินเข้ามาที่ธนาคารกรุงไทยและธนาคารออมสินแล้วยอดล่าสุดเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2564 ที่ธนาคารกรุงไทยมียอด 53,000 บาท ธนาคารออมสินมียอด 13,000 กว่าบาท เดิมคุณยายเป็นลูกค้าของธนาคาร ธ.ก.ส. สาขาโพธิ์ศรีสุวรรณ เคยมีประวัติการกู้เงินใช้หนี้นอกระบบให้ลูกชายแต่ปัจจุบันได้ใช้หนี้ธนาคารหมดแล้ว จึงได้ย้ายมาอยู่กับสามีที่บ้านสวนฝ้ายในเขตอำเภออุทุมพรพิสัย ได้ประกอบอาชีพทอดข้าวเกรียบบรรจุถุงเร่ขายไปตามหมู่บ้าน ก่อนหน้านี้ก็ขายดีมีเงินเก็บ แต่หลังจากสถานการณ์โรคโควิดแพร่ระบาดก็ขายไม่ได้ จนไม่มีเงินไปใช้หนี้ที่มีอยู่ทั้งหมด หาทางออกไม่ได้สุดท้ายประกาศขายดวงตาทั้งสองข้าง

ธกส.ช่วย"ยายฮ่อง"ไม่ต้องขายดวงตา






ขณะเดียวกัน นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ภายหลังได้ร่วมประชุมกับธนาคารและหัวหน้าส่วนราชการที่มายื่นมือให้ความช่วยเหลือในวันนี้ เปิดเผยว่า เบื้องต้นเสนอทางออกให้คุณยายสองทางดังนี้ คือ ทางแรกให้ธนาคารออมสินเจรจากับลูกสาวที่เป็นผู้ซื้อรถยนต์ให้เพื่อเพิ่มวงเงินกู้ให้ยายนำเงินมาใช้หนี้ที่มีอยู่ทั้งหมด หนทางที่สองคือให้ธนาคาร ธ.ก.ส. ที่คุณยายเป็นลูกค้าอยู่แล้วจ่ายสินเชื่อให้ในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำเพื่อใช้หนี้ทั้งหมดพร้อมให้ผ่อนส่งเป็นรายปี ซึ่งคุณยายฮ่อง เลือกหนทางที่สองคือให้ธนาคาร ธ.ก.ส. จ่ายสินเชื่อให้ใช้หนี้ทั้งหมด โดยเจรจากับเจ้าของที่ ให้แบ่งแยกที่ดินจำนองเป็นหลักประกัน คุณยายพอใจและขอปิดการขายดวงตาพร้อมกับปิดการรับเงินบริจาคทางธนาคาร ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ธกส.ช่วย"ยายฮ่อง"ไม่ต้องขายดวงตา





ธกส.ช่วย"ยายฮ่อง"ไม่ต้องขายดวงตา