จากกรณีกลุ่มชายฉกรรจ์ขับรถตู้สีขาวและรถกระบะเข้ามาลักลอบตัดต้นพะยูงอายุกว่า 100 ปี ภายในวัดป่ากุดหว้า ต.กุดหว้า อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ ก่อนที่กลุ่มคนร้ายจะตัดต้นพะยูงล้มลงแล้วใช้เวลาประมาณ 15 นาที นำไม้พะยูงจำนวน 2 ท่อนๆละ 2.10 เมตร รวม 4.20 เมตร ตรวจวัดปริมาตรได้ 1.21 ลบ.เมตร นำขึ้นรถขับหลบหนีไปได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งกล้องวงจรปิดภายในวัดและตามเส้นทางในหมู่บ้านสามารถบันทึกภาพรถคนร้ายอย่างชัดเจน โดยหลังเกิดเหตุนายทรงพล ใจกริ่ม ผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ และพล.ต.ต.สมนึก มิควาฬ ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ สั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งติดตามตัวกลุ่มคนร้ายมาดำเนินคดี เนื่องจากเป็นการก่อเหตุที่อุกอาจ
19 มกราคม 2564 นายทรงพล ใจกริ่ม ผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ และพล.ต.ต.สมนึก มิควาฬ ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ สั่งการให้ พ.ต.อ.โกวิท เจริญวัฒนศักดิ์ พ.ต.อ.บัณฑิต สิงหประชา ผกก.สภ.กุฉินารายณ์ นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจตำรวจภูธร จ.กาฬสินธุ์ ร่วมกับเจ้าหน้าที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ตำรวจสภ.กุฉินารายณ์ และเจ้าหน้าที่ป่าไม้ นำหมายค้นเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 275 ม.2 ต.รอบเมือง อ.หนองพอก จ.ร้อยเอ็ด หลังจากเจ้าหน้าที่ตามแกะรอยและสืบหาข่าวเฝ้าติดตามคาดว่าไม้พะยูงที่ถูกตัดจากวัดป่ากุดหว้าจะนำมาแปรรูปที่บ้านหลังดังกล่าว ซึ่งมีลักษณะเป็นโกดังทำไม้ และทราบว่าโกดังแห่งนี้จะเป็นแหล่งซุกซ่อนไม้พะยูงที่ลักลอบตัดมาจากสถานที่ต่างๆในภาคอีสานจึงทำการขอหมายตรวจค้น