เนชั่นทีวี

ข่าว

สุดเอือม! หลายฝ่ายหนุนรองประธานาธิบดีปลดทรัมป์

07 ม.ค. 2564 | jurairat

สุดเอือม! หลายฝ่ายหนุนรองประธานาธิบดีปลดทรัมป์

นักการเมืองหลายคนจากทั้งพรรคเดโมแครตและรีพับลิกัน รวมไปถึงภาคธุรกิจประสานเสียงเรียกร้องให้รองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ ใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญปลดประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์พ้นตำแหน่ง ทั้งที่ยังเหลือเวลาดำรงตำแหน่งอีกเพียง 14 วัน

สมาชิกพรรคเดโมแครต 17 คนในคณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ลงชื่อในจดหมายเปิดผนึกถึงรองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ เพื่อขอให้เขาใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 25 ปลดประธานาธิบดีทรัมป์ โดยชี้ให้เห็นว่าถ้อยแถลงของทรัมป์ที่ปลุกให้ผู้สนับสนุนไปชุมนุมที่รัฐสภาเพื่อคัดค้านกระบวนการรับรองโจ ไบเดน เป็นผู้ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสะท้อนว่า เขามีสภาพจิตไม่ปกติ และไม่สามารถยอมรับผลการเลือกตั้งได้

สุดเอือม! หลายฝ่ายหนุนรองประธานาธิบดีปลดทรัมป์



นอกจากนี้ยังมีแกนนำระดับสูงในพรรครีพับลิกันและรัฐมนตรีบางคนแสดงความเห็นในทิศทางเดียวกันว่า ทรัมป์ควรถูกปลดหรือถอดถอนออกจากตำแหน่ง โดยมองว่าวุฒิสภามีอำนาจปลดทรัมป์เนื่องจากขาดคุณสมบัติที่จะดำรงตำแหน่งได้ หรือ อาศัยอำนาจตามรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 25 ที่กำหนดให้รองประธานาธิบดีและเสียงส่วนใหญ่ในคณะรัฐมนตรีลงมติปลดทรัมป์พ้นตำแหน่ง เนื่องจากไร้ความสามารถในการบริหารและปฏิบัติหน้าที่ได้

ขณะเดียวกัน เจย์ ทิมมอนส์ ประธานสมาคมผู้ผลิตแห่งชาติ หรือ NAM ซึ่งเป็นตัวแทนของบริษัท 14,000 แห่ง สนับสนุนให้รองประธานาธิบดีเพนซ์ปลดทรัมป์ออกจากตำแหน่ง และกล่าวหาว่า ทรัมป์ปลุกปั่นก่อความรุนแรงเพื่อรักษาอำนาจ และหากผู้ได้รับเลือกตั้งคนใดปกป้องทรัมป์ จะถือว่าละเมิดต่อคำปฏิญญาณในการปกป้องรัฐธรรมนูญและประชาธิปไตย

สุดเอือม! หลายฝ่ายหนุนรองประธานาธิบดีปลดทรัมป์



และบรรดาผู้บริหารของบริษัทยักษ์ใหญ่หลายรายออกมาประณามเหตุรุนแรงที่ม็อบบุกสภาด้วยเช่นกัน ทิม คุก ซีอีโอของแอปเปิ้ล บอกว่า "วันนี้เป็นทึกหน้าใหม่แสนเศร้าและน่าอับอายในประวัติศาสตร์ของชาติ ผู้ที่รับผิดชอบเหตุจลาจลจะต้องถูกนำตัวมาลงโทษ และเราต้องสนับสนุนให้กระบวนการถ่ายโอนอำนาจแก่รัฐบาลของว่าที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดนเสร็จสิ้น"

ตามหลักการในรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 25 รองประธานาธิบดีเพนซ์จะต้องได้รับเสียงส่วนใหญ่จากคณะรัฐมนตรีของทรัมป์ เห็นพ้องว่าประธานาธิบดีทรัมป์ไม่เหมาะสมดำรงตำแหน่งต่อไป และยึดอำนาจคืนจากเขาชั่วคราว แต่ทรัมป์สามารถโต้แย้งด้วยการส่งหนังสือคัดค้านต่อสภาคองเกรส จากนั้นเพนซ์และคณะรัฐมนตรีมีเวลา 4 วันที่จะคัดค้านทรัมป์เช่นกัน และสุดท้ายสภาคองเกรสจะต้องลงมติด้วยเสียงสนับสนุน 2 ใน 3 คือ จากวุฒิสภา 67 เสียงและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 290 เสียง จึงจะสามารถปลดทรัมป์พ้นตำแหน่งอย่างถาวร
นอกจากนี้มีบางกระแสเรียกร้องให้ใช้กระบวนการถอดถอนประธานาธิบดีหรืออิมพีชเมนต์ ซึ่งวิธีการนี้จะห้ามทรัมป์ลงสมัครเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งต่อไปได้ด้วยแต่ด้วยเวลาที่เหลือเพียง 2 สัปดาห์ สภาคองเกรสไม่มีเวลาพอดำเนินการไต่สวนเพื่อถอดถอนทรัมป์ได้

ข่าวล่าสุด