"เจตนาของผม ที่ยกตัวอย่างเรื่องหมูปิ้งลงทุนต่อวัน อาจจะวันละ 1,000 บาท แต่หากไม่มีที่ต้องเสียคำเช่า หรือหากไม่มีทำเลที่ดีต้องซื้อรถเข็นราคาคันละ 3,000-10,000 บาท เขาจะเอาทุนมาจากไหน บางคนจะไปเป็นลูกจ้างเขาก็ไม่รับ เพราะมีชนักติดหลัง ต้นทุนของคนนั้นต่างกัน เปิดใจให้กว้าง คนไม่เข้าใจอาจจะแสดงความเห็นไปต่างๆ นานา ผมในฐานะผู้บริหารกระทรวงยุติธรรมกำกับดูแล กรมราชทัณฑ์มีผู้ต้องขังกว่า 3 แสนราย แม้คนกลุ่มนี้จะเคยกระทำผิดมาบางคนเข้าออกเรือนจำเป็นว่าเล่น ผมต้องคิดว่าจะทำอย่างให้เขาไม่กลับเข้าเรือนจำอีก การสร้างอาชีพจะเป็นทางเลือกหนึ่งที่จะสร้างโอกาสให้เขาได้ ขอยืนยันว่าโหราศาสตร์ หรือหมอดู จะต้องคัดบุคคลที่เหมาะสม มีความพร้อม ไม่ใช่ให้ผู้ต้องขังจะต้องฝึกทุกคน และทุกคนที่ฝึกใช่ว่าจะประกอบวิชาชีพนี้ได้ คนที่จะเข้าฝึกจะได้ประโยชน์คือ ได้ฝึกนั่งสมาธิ ได้สวดมนต์ ได้ศึกษาด้วยการอ่านหนังสือถือเป็นกิจกรรมที่ดีในการปรับพฤตินิสัย และผมไม่อยากให้วิพากษ์วิจารณ์ว่าการดูหมอเป็นธุรกิจแห่งความเชื่อหรืองมงาย หากินบนความทุกข์ผู้อื่น เพราะจะเป็นการดูแคลนและไปกระทบกับคนที่เขาทำอาชีพนี้อยู่ ดีหรือไม่ดีอยากให้แลกเปลี่ยนความเห็นกัน แต่อย่าไปเจาะจงว่าอาชีพไหนเป็นอย่างไร สังคมจะน่าอยู่ถ้ารู้จักเปิดใจ ผมขอยืนยันผลักดันการฝึกอาชีพ ที่ผ่านมามีการสอนเยอะแยะแต่ไม่เห็นมีใครออกมาแสดงความเห็น เวลานี้ผมต้องการให้ผู้ต้องขังมีที่ยืนในสังคม" นายสมศักดิ์ กล่าว
นอกจากนี้ นายสมศักดิ์ ยังกำชับกรมคุมประพฤติ เกี่ยวกับ ศูนย์เฉพาะกิจเพื่อเฝ้าระวังความปลอดภัยของประชาชน หรือ JSOC โดยฝากให้กรมคุมประพฤติเร่งทำความเข้าใจกับทุกคนภายในหน่วยงาน เพื่อให้สามารถทำงานได้ อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งทำความเข้าใจกับประชาชนถึงประโยชน์ในการจัดตั้งศูนย์นี้ ต้องให้สังคมเข้าใจโดยเร็ว