4 มกราคม 2564 น.ส.กุลยา ตันติเตมิท ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงาน เศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงกระแสข่าวว่าผู้เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง 15 ล้านคนที่ได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาล 3,500 บาทและผู้เข้าร่วมโครงการเราเที่ยวด้วยกัน ที่ได้รับสนับสนุนค่าที่พักค่าตั๋วเครื่องบิน และค่าอี-วอเชอร์จากรัฐบาลจะต้องนำมาเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดานั้น "ไม่เป็นความจริง"
เนื่องจากตาม มติ ครม.ได้เห็นชอบตามมติคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ในโครงการดังกล่าวโดยระบุว่า ประชาชนที่ได้รับสิทธิประโยชน์เงินสนับสนุนที่ภาครัฐร่วมจ่ายตามโครงการคนละครึ่งจะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเช่นเดียวกับโครงการเราเที่ยวด้วยกันที่ได้รับการเห็นชอบไปก่อนหน้านี้ก็ไม่ต้องเสียภาษีเงินได้เช่นกัน
สำหรับ กระแสข่าวที่จะมีการปรับเพิ่มวงเงินคนละครึ่งจาก 3,500 บาทเป็น 5,000 บาท ให้ใช้ไปจนถึงสิ้นเดือน มี.ค.นั้นทราบว่า เรื่องนี้เป็นเพียงข้อเสนอจากภาคเอกชน ทางกระทรวงการคลัง ยันไม่ได้มีการพิจารณาปรับเพิ่มแต่อย่างใดโดยยืนยันว่า ปัจจุบันการให้วงเงินคนละครึ่งยังให้ที่ 3,500 บาท ไปจนถึงวันที่ 31 มี.ค. 2564 ตามกำหนดเดิม
ขณะที่ นางสมหมาย ศิริอุดมเศรษฐที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี ในฐานะโฆษกกรมสรรพากร เปิดเผยถึงกรณีที่มีกระแสข่าวเกี่ยวกับการที่กรมฯ จะนำรายได้ที่เกิดจากมาตรการคนละครึ่งและเราเที่ยวด้วยกันมาคำนวณเป็นรายได้เพื่อชำระภาษีว่า ขอให้ประชาชนที่ได้รับสิทธิจากมาตรการดังกล่าวอย่าตื่นตระหนก เพราะกรมฯอยู่ระหว่างการร่างกฎกระทรวงเพื่อยกเว้นให้ ทั้งนี้ ร่างกฎกระทรวงดังกล่าวจะต้องเสนอคณะรัฐมนตรีก่อนที่จะประกาศใช้โดยกรมฯ จะเสนอคณะรัฐมนตรีเร็วๆ นี้