เนชั่นทีวี

ข่าว

อาหลานชายคลั่งวอนแก้ไขระบบการรักษาผู้ป่วยจิตเวช

03 ม.ค. 2564 | sumalee

อาหลานชายคลั่งวอนแก้ไขระบบการรักษาผู้ป่วยจิตเวช

อาหลานชายคลั่งเผย ไม่มีลางสังหรณ์หลานชายจะฆ่าปาดคอย่าแท้ ๆ แม้รู้หลานชายป่วยจิตเวชและขอกลับมารักษาตัวที่บ้านปู่ย่าเพราะเลี้ยงมาตั้งแต่เด็ก วอนหน่วยงานที่รับผิดชอบติดตามและดูแลผู้ป่วยจิตเวชมากขึ้น หวั่นเกิดปัญหาซ้ำ

 3 มกราคม 2564 ที่ศาลาบำเพ็ญกุศล วัดมัชฌิมาวาส (อารามหลวง) เขตเทศบาลนครอุดรธานี ซึ่งเป็นที่ตั้งสวดอภิธรรมศพ นางอนงค์ เลิศอำนวยลาภ อายุ 66 ปี ที่เสียชีวิตจากการถูก นายกิตติภัฏ หรือ ฟีฟ่า  เลิศอำนวยลาภ  หลานชายแท้ ๆ ใช้มีดแทงเสียชีวิต ในห้องนอน บ้านเลขที่ 44/24 ซ.บ้านโนน 1 ชุมชนโนนวัฒนา เทศบาลนครอุดรธานี โดยบรรยากาศภายในงานศพวันแรก เป็นไปด้วยความเงียบเหงาและความเศร้าโศกเสียใจของลูกหลานและญาติ โดยจะทำพิธีฌาปนกิจในวันพรุ่งนี้ 
 
น.ส.อรอุมา เลิศอำนวยลาภ อายุ 45 ปี ลูกสาวคนเล็กของผู้ตาย เปิดเผยว่า ไม่คิดว่าหลานชายจะทำกับย่าแท้ๆของตนเองได้ถึงเพียงนี้ และไม่คิดอาการหลานชายจะหนักถึงขั้นนี้ ก่อนทราบเรื่องในวันที่เกิดเหตุ น้าโทรศัพท์มาหาเพื่อขอเบอร์โทรศัพท์ของพ่อ ซึ่งปกติน้าจะไม่โทรมาหา ก็เลยเอะใจก่อนเปิดกล้องวงจรปิดที่บ้านดู เห็นตำรวจยืนอยู่เต็มหน้าบ้าน จึงโทรศัพท์กลับคืนมาหาน้า ในตอนแรกน้าไม่ยอมบอกว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นที่บ้าน คงกลัวเราจะเสียใจและสติแตก  
 


อาหลานชายคลั่งวอนแก้ไขระบบการรักษาผู้ป่วยจิตเวช




"ไม่มีลางสังหรณ์บอกเหตุล่วงหน้าก่อนเลย เพราะคุยกันกับแม่ทางแชทไลน์ส่วนตัว และในไลน์กลุ่มของครอบครัวกับแม่และญาติพี่น้องในช่วงเช้าตลอด เนื่องจากโควิด-19 กำลังระบาด จึงไม่ได้กลับมาเยี่ยมบ้านในช่วงเทศกาลปีใหม่ แต่ในวันเกิดเหตุตนกลับไม่ได้โทรไลน์หากัน แต่ก็แชทข้อความไลน์ทิ้งไว้ ส่วนสภาพจิตใจของพ่อที่สูญเสียคุณแม่ไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ แต่พ่อเป็นคนเข้มแข็ง แต่ดูอาการแกคงเสียใจไม่แพ้ลูกหลาน เพราะอยู่ด้วยกันกับแม่มานาน" 
 
น.ส.อรอุมา  เปิดเผยต่อว่า ส่วนเรื่องอาการป่วยจิตของหลานชาย ความจริงแล้วหลังจากคุยกันกับพ่อแม่ของหลานชาย ทราบว่าหลานชายมีอาการป่วยจิตมาจากประเทศอังกฤษ ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธุ์ 2563 และบอกพ่อกับแม่อยากจะกลับมาหาปู่กับย่า ที่เลี้ยงเขามาตั้งแต่ยังเด็ก ทางเราจึงคิดว่าหากเขามาอยู่บ้านกับปู่และย่า ที่มีสภาพแวดล้อมที่เขาเคยอยู่ และอบอุ่นสภาพจิตใจและอาการเขาคงดีขึ้น จึงเดินเรื่องส่งตัวกลับมารักษาตัวที่ประเทศไทย พร้อมกับเอกสารยืนยันประวัติการรักษาตัวที่ประเทศอังกฤษ เพราะเขาไปอยู่ประเทศอังกฤษตั้งแต่อายุ 13 ปี เมื่อมาเกิดเหตุสลดขึ้นพ่อแม่ของเขาก็เสียใจอย่างหนัก เพราะพี่ชายและพี่สะใภ้ไม่สามารถกลับมากราบศพแม่ได้  
 

อาหลานชายคลั่งวอนแก้ไขระบบการรักษาผู้ป่วยจิตเวช



"อยากให้เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าหน่วยงานไหน ไม่อยากให้โยนกันไปมา อยากให้ใส่ใจในการรักษาอาการของผู้ป่วยจิต เพราะผู้ป่วยจิตแต่ละคนมีสิทธิจะมีอาการเหมือนกับหลานชายของตน ไม่ใช่เพียงแต่จัดยาให้คนไข้ และบอกให้ญาติเป็นคนดูแล ควรจะมีการร่วมมือกันมากว่านี้ เพราะไม่อยากให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นกับครอบครัวของใครอีก และเราเข้าใจของการทำงานของเจ้าหน้าที่ แต่ในเรื่องไหนที่พอทำได้ก็ควรทำเลย เรื่องไหนที่ไม่สามารถทำได้ก็ควรมาแก้ไขกัน ต้องเริ่มจากการแก้ไขระบบหรือเปลี่ยนระบบในการรักษาผู้ป่วยจิตใหม่ หากไม่มีการป้องกันหรือคาดการอาการไว้ล่วงหน้าว่าจะเกิดเหตุ และต้องประสานงานกัน เท่าที่สอบถามและสืบเอาเองหลาย ๆ ที่ หน่วยงานบ้านเราไม่ค่อยเข้มแข็ง และไม่ประสานงานกันเท่าที่ควร และต้องมาเอาจริงจังกับเรื่องนี้" 
 

น.ส.อรอุมา บอกในตอนท้ายว่า ต้องตระหนักว่าคนป่วยจิตเวชมีภาวะเครียดกว่าคนปกติ และเพิ่ม ฉะนั้นเจ้าหน้าที่และคุณหมอก็ควรอัพเวลเช่นกัน หรือรู้เท่าทันคนป่วยจิตเวช หากไม่มีการยกระดับหรือมีการเปลี่ยนแปลงคิดว่าคงจะเกิดเหตุการณ์สลดเช่นนี้อีกแน่นอน หากบ้านไหนมีผู้ป่วยจิตก็เหมือนกับมีระเบิดที่ถูกวางไว้ หากบ้านไหนมีก็ควรดูแลเอาใจใส่กันให้ดี ส่วนเรื่องความเชื่อตนคิดว่าหลานชายคงเป็นเจ้ากรรมนายเวรของแม่ เพราะแม่เคยบอกกับตนไว้เมื่อครั้งยังมีชีวิตอยู่ 
 

อาหลานชายคลั่งวอนแก้ไขระบบการรักษาผู้ป่วยจิตเวช



ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ที่ สภ.เมืองอุดรธานี นายขจรศักดิ์ เลิศอำนวยลาภ อายุ 73 ปี สามีผู้ตายและญาติ ได้เข้าให้ปากคำเพิ่มเติมต่อ พ.ต.ท.ผลิตอรัญ บุญมาตุ่น รอง ผกก.สอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี ในฐานะผู้เสียหาย เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย พร้อมกับนำสำเนาเอกสารรับรองและประวัติการรักษาอาการทางจิตจากจิตแพทย์ที่ประเทศอังกฤษ ของนายกิตติภัฏ ที่ยืนยันว่ามีการรับการรักษาอาการทางจิตที่ประเทศอังกฤษ มาแสดงยืนยัน โดยใช้เวลาสอบปากคำประมาณ 1 ชั่วโมง เพื่อนำเอกสารไปยื่นเรื่องเงินเยียวยาตาม พรบ.พรบ.ค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2559 ที่สำนักงานยุติธรรมจังหวัดอุดรธานี....... 



อาหลานชายคลั่งวอนแก้ไขระบบการรักษาผู้ป่วยจิตเวช

ข่าวล่าสุด