สำหรับ 8 ข้อประกอบด้วย
1.ห้ามใช้อาคารหรือสถานที่ที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า ยกตัวอย่างเช่น โรงเรียน หรือสถาบันการศึกษาที่อยู่ในเขตพื้นที่สถานการณ์ที่กำหนดในเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุด (สีแดง) ซึ่งครอบคลุมใน 28 จังหวัดที่ได้ประกาศให้เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดก่อนหน้านี้
2.ห้ามจัดกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการควบคุมโรค เช่น การจัดประชุมสัมมนา งานเลี้ยง การแจกจ่ายอาหารและสิ่งของต่างๆเว้นแต่เป็นการดำเนินงานโดยพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือ ได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้ ให้ ผู้ว่าฯ กทม.โดยคำแนะนำของ คณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพฯ หรือ ผู้ว่าราชการจังหวัดโดยคำแนะนำคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดกำหนดหลักเกณฑ์ พิจารณา อนุญาตของพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่ความรับผิดชอบ
3.การปิดสถานที่เสียงต่อการแพร่โรค ให้ ผู้ว่าฯ กทม. หรือ ผู้ว่าฯจังหวัด อาศัยอำนาจตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อพิจารณาสั่งปิดสถานบริการ สถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการ ผับ บาร์ คาราโอเกะที่ตั้งอยู่ในพื้นที่สถานการณ์ที่กำหนดให้เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด
4.เงื่อนไขการเปิดดำเนินการกิจการต่างๆในเขตพื้นที่สถานการณ์ที่กำหนดให้เป็นเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุดให้สถานที่ กิจการ หรือการทำกิจกรรม ดังต่อไปนี้ เปิดดำเนินการภายใต้เงื่อนไข เงื่อนเวลา และการจัดระบบ และระเบียบต่างๆที่กำหนด
(1) การจำหน่ายอาหารเครื่องดื่ม ให้จัดระเบียบการเข้าใช้บริการ จำนวนผู้นั่งบริโภคในร้าน การจัดสถานที่ให้เป็นไปตามแนวปฏิบัติและมาตรการป้องกันโรคที่ราชการกำหนด โดยอาจให้เป็นลักษณะนำกลับไปบริโภคที่อื่นโดยให้ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 ของกระทรวงมหาดไทยและศูนย์ปฏิบัติการสถานการณ์ฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข ร่วมกันพิจารณา ประเมิน กำหนดรูปแบบและการกำกับดำเนินการตามข้อปฏิบัติและมาตรการดังกล่าวของแต่ละพื้นที่จังหวัดให้เหมาะสม
"ให้อำนาจคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเป็นผู้พิจารณาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ประกอบกิจการร้านอาหาร" โฆษก ศบค. ระบุ (2) การจำหน่ายสุราสำหรับร้านอาหาร สถานที่ซึ่งจำหน่ายสุรา ห้ามบริโภคสุราหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ภายในร้าน(3) ห้างสรรพสินค้า ยังให้เปิดให้บริการได้ตามปกติ