ที่ผ่านมาราคาล็อตเตอรี่แพงหนักข้อ เลขเด็ดเลขสวยบางงวด พุ่งไปถึงใบละ 120-150 บาท ทั้งยังมีการ "รวมชุดเลขเด็ด" ซึ่งเมื่อหารออกมาแล้วราคา "เลขชุด" ต่อ 1 ใบ ยิ่งแพงขึ้นไปอีก เพราะเป็นเลขสวย เลขดัง ตามกฎ "ดีมานด์-ซัพพลาย"
สาเหตุที่ล็อตเตอรี่แพง ในอดีตเป็นเพราะกองสลากได้ทำสัญญาจำหน่ายโควต้าสลากให้กับ "นิติบุคคล 5 ราย" ที่เรียกกันติดปากว่า "5 เสือกองสลาก" ซึ่งถือว่าเป็น "ยี่ปั๊วรายใหญ่ของประเทศ" เมื่อรับโควต้าสลากแล้วก็นำไปกระจายให้กับรายย่อยโดยกินส่วนต่างราคา นัยว่าช่วยทำหน้าที่แทนกองสลาก แต่บางคนเรียกว่าเป็น "เสือนอนกิน" เพราะไม่ต้องทำอะไรก็ได้กำไรจาก "ค่าส่วนต่าง" แถมยังได้มากขึ้นจากระบบ "รวมชุด" โดยผู้รับภาระสุดท้ายคือ "คอหวย" ที่ตกเป็นทาสเลขเด็ดเลขดังนั่นเอง
นอกจากนั้น "ยี่ปั๊วรายใหญ่" ยังได้ "ค่าต๋ง" จากเจ้ามือระดับ "ซาปั๊ว" เช่น ผู้ค้าระดับจังหวัดที่รับสลากไปจำหน่ายต่อในจังหวัดของตนเอง ซึ่งก็มีระบบ "โควต้า" ย่อยลงไปอีกเช่นกัน โดยเจ้ามือรายใหญ่ระดับจังหวัดก็จะได้สลากจำนวนมาก ขณะที่เจ้าเล็กเจ้าน้อยก็จะได้ 5 เล่ม 10 เล่ม พวกนี้ต้องจ่าย "ค่าต๋ง" ทั้งสิ้น
จากการตรวจสอบข้อมูลจริงของนักวิจัยที่เข้าไปตรวจสอบกลไกค้าสลาก พบว่า "5 เสือกองสลาก" นั้น แท้ที่จริงแล้วมีแค่ "3 เสือ" คือ นิติบุคคล 3 รายที่จดทะเบียนในนามบริษัท และห้างหุ้นส่วนจำกัดในชื่อต่างๆ /หนำซ้ำใน 3 รายนี้ยังมี 2 รายที่เป็นเครือข่ายเดียวกันเสียอีก ฉะนั้นหากจะเรียกว่ากลไกโควต้าสลากและการกระจายสลากคือการ "ผูกขาด" โดยคนเพียงกลุ่มเดียวก็คงไม่ผิด ทั้งนี้ไม่นับโควต้าสลากที่กระจายให้คนพิการ 10
รัฐบาล คสช.นั้น "ทรงดี" มีการตั้ง "บิ๊กแดง" พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ เมื่อครั้งยังครองยศ "พลโท" ไปเป็นประธานบอร์ดกองสลาก และยังตั้ง พล.ต.ฉลองรัฐ นาคอาทิตย์ เป็นผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลด้วย เรียกว่า "ใช้สีเขียวปราบมาเฟีย"