เนชั่นทีวี

ข่าว

กรม ทช. ร่วม เชฟรอนประเทศไทยสร้างแหล่งเพาะพันธุ์ปะการัง

29 ธ.ค. 2563 | pantipa_jit

กรม ทช. ร่วม เชฟรอนประเทศไทยสร้างแหล่งเพาะพันธุ์ปะการัง

กรม ทช. ร่วมกับ เชฟรอนประเทศไทยสร้างแหล่งเพาะพันธุ์ปะการังและที่อยู่อาศัยของสัตว์ทะเล ภายใต้ โครงการนำขาแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียม จำนวน 7 ขาแท่น มาจัดวางเป็นปะการังเทียม เพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลในพื้นที่ เกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี

ท้องทะเลประเทศไทยอุดมไปด้วยความหลากหลายทางชีวภาพรวมทั้ง แหล่งแร่ ก๊าซ และน้ำมันดิบแท่นขุดเจาะปิโตรเลียมนับร้อยแท่นตั้งกระจายอยู่ในท้องทะเลไทยหลายแท่นยังคงใช้งานอยู่ บางแท่นกำลังจะหมดอายุการใช้งานกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งได้ร่วมกับบริษัทเชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิตจำกัดริเริ่มแนวคิดการใช้ขาแท่นหลุมปิโตรเลียมที่สิ้นสุดหน้าที่แล้วมาวางเป็นปะการังเทียม เพื่อสร้างแหล่งเพาะพันธุ์ปะการังและที่อยู่อาศัยของสัตว์ทะเลภายใต้"โครงการนำขาแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียม จำนวน 7ขาแท่น มาจัดวางเป็นปะการังเทียม เพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลในพื้นที่เกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี"          

       

โครงการดังกล่าวเริ่มต้นตั้งแต่ปี2556โดยได้มีการศึกษาทดลองนำโครงสร้างเหล็กจำลองชนิดเดียวกับ ขาแท่นไปจัดวางที่บริเวณอ่าวโฉลกหลำของเกาะพะงัน ซึ่งประสบความสำเร็จในการฟื้นฟูระบบนิเวศ       ทางทะเล พบปริมาณสัตว์ทะเลเพิ่มขึ้นเป็นประโยชน์ต่อประมงพื้นบ้าน และกลายเป็นแหล่งดำน้ำอีกแห่งหนึ่ง ต่อมาในปี 2559กรมทะเลฯ ร่วมกับ สถาบันปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศึกษาความเป็นไปได้  ในการนำขาแท่นหลุมปิโตรเลียมในอ่าวไทยมาจัดวางเป็นปะการังเทียม และศึกษาความเหมาะสมของพื้นที่จัดวางซึ่งผลการศึกษาออกมาเป็นที่น่าพอใจ และในปี 2561 นายจตุพร บุรุษพัฒน์ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.)ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งเป็นอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่ง ได้เสนอโครงการฯต่อคณะกรรมการนโยบายและแผนการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแห่งชาติซึ่งมีพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน โดยที่ประชุม   ได้เห็นชอบในหลักการและมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการต่อ

กรม ทช. ร่วม เชฟรอนประเทศไทยสร้างแหล่งเพาะพันธุ์ปะการัง


 ด้านนายโสภณ ทองดีอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) เผยว่าการจัดวางขาแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียม ได้ผ่านการศึกษาความเป็นไปได้และผลกระทบที่อาจจะเกิดต่อระบบนิเวศทางทะเลรวมทั้งได้มีการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็น  จากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่แล้วทำให้สามารถมั่นใจได้ในระดับหนึ่งก่อนดำเนินการจัดวางสำหรับการจัดวางขาแท่น ทั้ง 7ขาแท่น โดยได้เริ่มจัดวางขาแท่นแรกเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2563และขาแท่นสุดท้ายเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2563 พร้อมทั้งได้รับการตรวจสอบ  และรับรองจากผู้เชี่ยวชาญการสำรวจทางทะเลเป็นที่เรียบร้อยซึ่งทางบริษัทเชฟรอนประเทศไทยสำรวจ และผลิต จำกัดได้จัดพิธีส่งมอบให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเป็นผู้ดูแล สำหรับแผนการดำเนินงานในระยะต่อไป "กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจะได้กำหนดเป็นพื้นที่คุ้มครองทาง พร้อมแผน  และมาตรการการบริหารจัดการพื้นที่จัดวางขาแท่นดังกล่าวรวมทั้งแนวทางการติดตามและศึกษาผลกระทบทั้งทางบวก   และทางลบจากการใช้ขาแท่นปิโตรเลียมในการจัดวางเป็นปะการังเทียม"ท้ายที่สุด อยากขอบคุณบริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัดในฐานะหนึ่งในบริษัทชั้นนำในด้าน        การผลิตและสำรวจปิโตรเลียมในประเทศไทยที่ให้ความสำคัญและความร่วมมือในการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลที่ดีมาโดยตลอด  และตนเชื่อว่าความร่วมมือระหว่าง 2หน่วยงานจะยังเป็นพันธมิตรที่เหนียวแน่นในการดูแลทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งของประเทศให้คงความสมบูรณ์ยั่งยืนเช่นนี้ต่อไปโดยหวังว่าโครงการนี้จะเกิดประโยชน์ต่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเลส่งผลดีต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่เกาะพะงันและพื้นที่ใกล้เคียง ทั้งด้านการท่องเที่ยวดำน้ำและการประมง 

กรม ทช. ร่วม เชฟรอนประเทศไทยสร้างแหล่งเพาะพันธุ์ปะการัง


 นายไพโรจน์ กวียานันท์ ประธานกรรมการบริหารบริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด กล่าวว่า บริษัท เชฟรอนฯมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้สนับสนุนโครงการนี้พร้อมได้มอบขาแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียมที่ไม่ใช้งานแล้ว จำนวน 7ขาแท่นให้กับกรมทะเลไปจัดวางเป็นปะการังเทียมเพื่อการอนุรักษ์ท้องทะเลไทยพร้อมทั้งให้การสนับสนุนด้านการจัดวาง  และงบประมาณโครงการฯตลอดจนจัดหาผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันการศึกษาในต่างประเทศและนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้สนับสนุนงานศึกษาวิจัยของโครงการฯอย่างไรก็ตาม


กรม ทช. ร่วม เชฟรอนประเทศไทยสร้างแหล่งเพาะพันธุ์ปะการัง

"เชื่อมั่นว่าโครงการศึกษานำร่องนี้จะสร้างองค์ความรู้ที่มีค่าด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลด้วยปะการังเทียมจากขาแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียมซึ่งเป็นแนวทางที่มีการดำเนินงานในหลายพื้นที่ทั่วโลก โดยตลอดระยะการดำเนินงานเชฟรอนได้ปฏิบัติงานตามข้อกำหนดกฎหมายและเป็นไปตามมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยในระดับสากล"โดยการดำเนินโครงการนี้ ได้รับการอนุมัติอนุญาต จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แก่ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กองทัพเรือ  กรมเจ้าท่า และกรมประมง นอกจากนี้เชฟรอนยังได้ทำงานร่วมกับบริษัทผู้ร่วมทุน อันได้แก่ บริษัท มิตซุย ออยล์เอ็กซโปลเรชั่น จำกัด และบริษัท ปตท. สำรวจ และผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)ภายใต้โครงการดังกล่าว ที่เป็นหนึ่งในความมุ่งมั่นเพื่อการเสริมสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้กับระบบนิเวศทางทะเลอย่างยั่งยืน

กรม ทช. ร่วม เชฟรอนประเทศไทยสร้างแหล่งเพาะพันธุ์ปะการัง


นอกจากนี้ นายวราวุธ ศิลปอาชารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.)      กล่าวย้ำว่าตนได้กำชับให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ติดตามผลกระทบของโครงการดังกล่าว ในทุกมิติทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และระบบนิเวศทางทะเล ซึ่งเราต้องประเมินทั้งผลกระทบทางบวก และผลกระทบทางลบเพื่อประกอบการตัดสินใจในระดับนโยบายในการต่อยอดโครงการในอนาคต ซึ่งอย่างน้อยต้องใช้เวลาประมาณ2 ปี เพื่อถอดบทเรียนจากการดำเนินการโครงการฯ ครั้งนี้  "เราใช้ประโยชน์จากท้องทะเลอย่างมหาศาลเมื่อถึงวันที่เราจะสร้างประโยชน์ตอบแทนกลับคืนก็ควรเป็นประโยชน์ที่แท้จริงการให้ในวันนี้ต้องไม่เป็นการทำลายในวันข้างหน้าการใช้ขาแท่นปิโตรเลียมสร้างบ้านใหม่  ให้ปะการังและสัตว์ทะเลต้องหมั่นติดตามดูแลหากบ้านหลังใหม่สร้างผลกระทบต้องรีบจัดการ เพื่อรักษาบ้านหลังใหญ่  มิให้ถูกทำลาย ใช้ทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืนต้องรักษาให้คงอยู่อย่างมั่นคง" นายวราวุธ กล่าวทิ้งท้าย


กรม ทช. ร่วม เชฟรอนประเทศไทยสร้างแหล่งเพาะพันธุ์ปะการัง

ข่าวล่าสุด