ทางด้านนายสาธร วงศ์หนองเตย กล่าวว่า ตนเองหอบหลักฐานสำคัญเกี่ยวกับการทุจริตซื้อเสียงเลือกตั้งที่เชื่อมโยงการเลือกตั้งในครั้งนี้ เพื่อจูงใจผู้มีสิทธิเลือกตั้งว่าซื้อเสียงให้ใครบ้าง โดยทำการร้องคัดค้านผลการเลือกตั้งไปทั้งตัวผู้สมัครนายก และ ส.อบจ. โดยหลังจากนี้ กกต.จะนัดทางตนสอบปากคำ ทั้งนี้ เคยมีกรณียกตัวอย่างการเลือกตั้ง ส.ส.ที่ จ.สมุทรปราการ ที่มีดาราคนหนึ่ง ถูกร้องเรื่องการนำเงิน 1,000 บาท ไปทำบุญ ก็ถูกใบเหลือง ในส่วนของจังหวัดตรังชัดเจนมากกว่าที่จ.สมุทรปราการ และในการหาเสียงก็หากันในลักษณะเป็นทีม จึงได้ยื่นหลักฐานเพิ่มเติมให้กกต.นำประกอบสำนวนคดี ส่วนในเรื่องการร้องคัดค้านการเลือกตั้ง พบหลักฐานว่า การจัดหน่วยเลือกตั้งบางหน่วยไม่ได้อยู่ในจุดที่เปิดเผยให้ประชาชนมองเห็นได้ชัด
นอกจากนั้น ในภาคบ่ายวันพรุ่งนี้ (29 ธ.ค.63) ตนจะเดินทาไงไปกรุงเทพฯ เพื่อนำหลักฐานไปร้องต่อกกต.กลาง เพราะมีบางเรื่องที่พบว่า ในกรณีการจับกุมผู้ต้องหาซื้อเสียง ทางตำรวจเร่งประกาศสรุปผลก่อนที่จะทำการสืบสวนสอบสวนให้แน่ชัดว่าเชื่อมโยงถึงใครบ้าง จึงจะเข้าร้องกกต.กลางให้ส่งเจ้าหน้าที่จากส่วนกลางลงพื้นที่มาร่วมสืบสวนสอบสวน และทำสำนวนคดี ส่วนตัวเชื่อมั่นใน กกต.จังหวัดตรังว่า ทำงานเข้มแข็ง เพราะเห็นชัดในวันเลือกตั้งหลังรับแจ้งก็จะรีบลงพื้นที่ทันที แต่ในการเข้าถึงตัวผู้ต้องหาที่ทางตำรวจจับกุมไว้ ล่าช้าไปมากประมาณ 1-2 ชั่วโมง
จึงขอให้กกต.กลางส่งคนลงมาร่วมทำงาน เพราะพวกตนเชื่อมั่นใน กกต.และเคยเห็นกรณีตัวอย่างมาแล้วที่ จ.สมุทรปราการ ส่วนของจังหวัดตรังชัดเจนกว่าที่จังหวัดดังกล่าว หลักฐานชัดเป็นการทำลายการเลือกตั้งระบอบประชาธิปไตยที่ชัดเจน มีการจับกุมที่ชัดเจนที่สุดที่เคยมีมา และหลังจากนี้ยังอยู่ในห้วงเวลาสามารถส่งหลักฐานเพิ่มเติมให้กกต.ได้ ขณะนี้ก็มีข้อมูลไหลเข้ามาเรื่อยๆ ชาวบ้านเองยังลือกันสนั่นว่า การจัดการเลือกตั้งในครั้งนี้ ไม่โปร่งใส และมีการทุจริตการเลือกตั้งชัดเจน