เนชั่นทีวี

ข่าว

"สาธร" หอบหลักฐานร้อง กกต. เพิ่มเติม

28 ธ.ค. 2563 | wikanda_khu

"สาธร" หอบหลักฐานร้อง กกต. เพิ่มเติม

ตรัง - น้องชายสาทิตย์ หอบหลักฐานร้อง กกต.เพิ่มเติม เอาผิดผู้ทุจริตการเลือกตั้ง และร้องคัดค้านการเลือกตั้งหลังพบความผิดปกติในการจัดการเลือกตั้ง พรุ่งนี้จะเดินทางเข้าร้อง กกต.กลางและนำหลักฐานการทุจริตการเลือกตั้งเข้าส่งให้กกต.เนื่องจากเกรงการทำงานจะในพื้นที่จะถูกแทรกแซงจากกลุ่มผู้มีอิทธิพล

28 ธันวาคม 2563 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดตรัง  นายสาธร วงศ์หนองเตย หัวหน้าทีมตรังพัฒนาเมืองตรัง น้องชายนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย พร้อมทีมงานผู้สนับสนุน เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อนางสาวอรพิน อาชีวะสุข ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดตรัง ผ่านไปถึง กกต.กลาง เพื่อยื่นคัดค้านการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม25693ที่ผ่านมา  หลังพบการจัดการเลือกตั้ง มีความบกพร่องหลายประการ ส่อเค้าเปิดช่องให้มีทุจริตการเลือกตั้ง โดยขอให้กกต.กลางตรวจสอบการทำงานของฝ่ายจัดการเลือกตั้งว่าเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์และเที่ยงธรรมหรือไม่ เนื่องจากหลายหน่วยเลือกตั้งพบความผิดปกติ  จากนั้นได้เข้าพบนายชัชชัย งามวิวัฒน์อนันต์ หัวหน้าสืบสวนสอบสวน กกต.จังหวัดตรัง เพื่อให้ปากคำในเบื้องต้น                 โดยนายสาธร เตรียมหอบหลักฐานเข้ายื่นร้องต่อ กกต.กลางในวันพรุ่งนี้ (29 ธ.ค.63)ด้วย เพื่อให้ตรวจสอบการทำงานของ กกต.จังหวัด และขอให้ส่งเจ้าหน้าที่จากส่วนกลางลงพื้นที่ร่วมทำคดีการทุจริตเลือกตั้งด้วยตัวเอง เนื่องจากหวั่นว่าการทำงานของกกต.ในพื้นที่จะถูกแทรกแซงการทำงานจากกลุ่มผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ ที่เคยร่วมขบวนการทุจริตเลือกตั้งก่อนหน้านี้               

"สาธร" หอบหลักฐานร้อง กกต. เพิ่มเติม

ทางด้านนางสาวอรพิน อาชีวะสุข ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดตรัง กล่าวว่า ขณะนี้กกต.ตรังรับเรื่องร้องเรียนการเลือกตั้งแล้วประมาณ 3-4 เรื่อง ทุกเรื่องอยู่ในขั้นตอนการสอบสวนบุคคลที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งกรณีจับกุมการทุจริตซื้อเสียงด้วย  ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการเรียกพยานมาสอบปากคำ รวมทั้งการลงพื้นที่ไปสอบปากคำชาวบ้านในพื้นที่ด้วย  ซึ่งยังไม่ครบ จะดำเนินการให้รัดกุมและรอบคอบที่สุด

"สาธร" หอบหลักฐานร้อง กกต. เพิ่มเติม

                ในส่วนของเรื่องเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสอบสวน กกต.เข้าถึงตัวผู้กระทำผิดได้ช้าในวันจับกุม ได้สอบถามทางเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติในวันดังกล่าวแล้วทราบว่าเป็นไปตามขั้นตอนปฏิบัติปกติ โดยตำรวจมีอำนาจหน้าที่ในการควบคุมตัวและสอบปากคำ เพื่อบันทึกถ้อยคำทำสำนวน   โดยไม่เหตุอะไรผิดปกติ เพราะได้ดำเนินการไปตามกระบวนการของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งชุดสืบสวนสอบสวนของกกต.ได้เข้าไป เมื่อทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว 07ให้ตำรวจจะต้องทำการบันทึกถ้อยคำให้เรียบร้อยก่อน 

"สาธร" หอบหลักฐานร้อง กกต. เพิ่มเติม

              ทั้งนี้ ยืนยันให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และจะรวบรวมพยานหลักฐานให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่การตัดสินไม่ได้อยู่ที่สำนักงาน กกต.จังหวัด จะส่งเรื่องไปยัง กกต.ส่วนกลาง และ กกต.ส่วนกลางจะเป็นผู้พิจารณาวินิจฉัย ถ้าหากพยานหลักฐานไม่เพียงพอก็จะส่งกลับมาให้ กกต.จังหวัด ดำเนินการหาหลักฐานต่อ และอาจจะต้องไปถึงขั้นตอนของศาล ซึ่งเป็นกระบวนการยุติธรรม กรณีจับการจับกุมซื้อเสียง ในเบื้องต้นการจะสาวถึงตัวผู้สมัคร ส.อบจ.เขต หรือถึงตัวผู้สมัคร นายก อบจ. หรือไม่ อยู่ในกระบวนการสืบสวนสอบสวน                 จึงขอให้เป็นอำนาจของคณะกรรมการสืบสวนสอบสวน  และยืนยันไม่มีกระบวนการแทรกแซงการทำงานของ กกต.แต่อย่างใด และพนักงานก็มีระเบียบวินัยที่ต้องทำหน้าที่อย่างดีที่สุด และตอนนี้ก็ทำงานทุกวัน ลงไปสอบปากคำพยาน ชุดสืบสวนสอบสวนลงพื้นที่ทุกวัน เรื่องการสืบสวนสอบสวนก็เป็นที่น่าพอใจอยู่  โดยกกต.ตรังได้รายงาน กกต.กลางให้ทราบเป็นระยะๆ ทั้งนี้  กรณีซื้อสิทธิ์ขายเสียงมีโทษตามกฎหมายเลือกตั้ง มาตรา 65 (1) ระวางโทษจำคุก 1 10 ปี หากเป็นผู้สมัคร จะต้องโดนใบแดง              

ทางด้านนายสาธร วงศ์หนองเตย กล่าวว่า ตนเองหอบหลักฐานสำคัญเกี่ยวกับการทุจริตซื้อเสียงเลือกตั้งที่เชื่อมโยงการเลือกตั้งในครั้งนี้ เพื่อจูงใจผู้มีสิทธิเลือกตั้งว่าซื้อเสียงให้ใครบ้าง โดยทำการร้องคัดค้านผลการเลือกตั้งไปทั้งตัวผู้สมัครนายก และ ส.อบจ. โดยหลังจากนี้ กกต.จะนัดทางตนสอบปากคำ ทั้งนี้ เคยมีกรณียกตัวอย่างการเลือกตั้ง ส.ส.ที่ จ.สมุทรปราการ ที่มีดาราคนหนึ่ง ถูกร้องเรื่องการนำเงิน 1,000 บาท ไปทำบุญ ก็ถูกใบเหลือง ในส่วนของจังหวัดตรังชัดเจนมากกว่าที่จ.สมุทรปราการ และในการหาเสียงก็หากันในลักษณะเป็นทีม จึงได้ยื่นหลักฐานเพิ่มเติมให้กกต.นำประกอบสำนวนคดี ส่วนในเรื่องการร้องคัดค้านการเลือกตั้ง พบหลักฐานว่า การจัดหน่วยเลือกตั้งบางหน่วยไม่ได้อยู่ในจุดที่เปิดเผยให้ประชาชนมองเห็นได้ชัด  

"สาธร" หอบหลักฐานร้อง กกต. เพิ่มเติม

             นอกจากนั้น ในภาคบ่ายวันพรุ่งนี้ (29 ธ.ค.63) ตนจะเดินทาไงไปกรุงเทพฯ เพื่อนำหลักฐานไปร้องต่อกกต.กลาง เพราะมีบางเรื่องที่พบว่า ในกรณีการจับกุมผู้ต้องหาซื้อเสียง ทางตำรวจเร่งประกาศสรุปผลก่อนที่จะทำการสืบสวนสอบสวนให้แน่ชัดว่าเชื่อมโยงถึงใครบ้าง จึงจะเข้าร้องกกต.กลางให้ส่งเจ้าหน้าที่จากส่วนกลางลงพื้นที่มาร่วมสืบสวนสอบสวน และทำสำนวนคดี  ส่วนตัวเชื่อมั่นใน กกต.จังหวัดตรังว่า ทำงานเข้มแข็ง เพราะเห็นชัดในวันเลือกตั้งหลังรับแจ้งก็จะรีบลงพื้นที่ทันที แต่ในการเข้าถึงตัวผู้ต้องหาที่ทางตำรวจจับกุมไว้ ล่าช้าไปมากประมาณ 1-2 ชั่วโมง   

"สาธร" หอบหลักฐานร้อง กกต. เพิ่มเติม


              จึงขอให้กกต.กลางส่งคนลงมาร่วมทำงาน เพราะพวกตนเชื่อมั่นใน กกต.และเคยเห็นกรณีตัวอย่างมาแล้วที่ จ.สมุทรปราการ ส่วนของจังหวัดตรังชัดเจนกว่าที่จังหวัดดังกล่าว หลักฐานชัดเป็นการทำลายการเลือกตั้งระบอบประชาธิปไตยที่ชัดเจน มีการจับกุมที่ชัดเจนที่สุดที่เคยมีมา และหลังจากนี้ยังอยู่ในห้วงเวลาสามารถส่งหลักฐานเพิ่มเติมให้กกต.ได้ ขณะนี้ก็มีข้อมูลไหลเข้ามาเรื่อยๆ ชาวบ้านเองยังลือกันสนั่นว่า การจัดการเลือกตั้งในครั้งนี้ ไม่โปร่งใส และมีการทุจริตการเลือกตั้งชัดเจน

ข่าวล่าสุด