แพทย์หญิงพรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมสุขภาพจิต เปิดเผยว่า กรมสุขภาพจิตมีการติดตามเฝ้าระวังสภาวะด้านอารมณ์ จิตใจของประชาชน เพื่อนำผลมาวางแผนจัดบริการ และให้ความรู้กับประชาชนอย่างทันสถานการณ์มาโดยต่อเนื่อง และนับตั้งแต่การพบผู้ป่วยครั้งแรกในรอบการระบาดใหม่ที่จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคม 2563 จนกระทั่งถึงที่สมุทรสาคร การระบาดได้แพร่กระจายในวงกว้าง กรมสุขภาพจิตพบสัญญาณการตื่นตระหนกที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งหากไม่สามารถจัดการได้ดีจะนำไปสู่ปัญหาความตึงเครียด การรับข้อมูลที่แยกแยะยากเกิดการปะติดปะต่อข้อมูลเอง และความพยายามหาคนผิดต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้เกิดความเคียดแค้น ก้าวร้าว และการบูลลี่
แนะสำรวจตนเองด้วยด้วยโปรแกรม MENTAL HEALTH CHECK IN ก่อนจะเกิดพฤติกรรมที่ไม่สมเหตุสมผล นอกจากสัญญาณดังกล่าว กรมสุขภาพจิตยังพบสัญญาณที่ดีซึ่งเป็นสัญญาณที่ทำให้คนไทยได้รับคำชื่นชมในช่วงการระบาดที่ผ่านมา คือสัญญาณของพลัง อึด ฮึด สู้ พร้อมปรับตัวสอดคล้องกับสถานการณ์ ยืดหยุ่นตัวเองให้เกิดการปรับตัวที่ยังคงอยู่ในระดับที่ดี จึงเชื่อมั่นว่าคนไทยจะผ่านวิกฤตินี้ไปด้วยกัน
สำหรับปัญหาความเครียดที่พบมากมักเกิดจากสาเหตุกลัวติดโรค เนื่องจากการเข้าถึงข้อมูลที่มากมายหลากหลาย การเปิดรับฟังข่าวสารที่เพิ่มมากขึ้นจนเกิดความอ่อนล้าทางใจ และเกิดความไม่มั่นคง ทั้งเรื่องที่เกิดขึ้นจริงและยังไม่เกิดขึ้น การรับข้อมูลที่เพิ่มจำนวนขึ้น การป้องกันความเครียดในสถานการณ์ COVID-19 ที่ต้องทำต่อเนื่อง คือ การลดการรับข้อมูลข่าวสารให้น้อยลง การจัดการในการป้องกันตัวเอง ซึ่งยืนยันว่าสามารถป้องกันโรคได้จริงจากการระบาด รอบที่ผ่านมา คือ การสวมหน้ากาก การหมั่นล้างมือ การเว้นระยะห่าง นอกจากนี้การป้องกันที่ทุกคนทำได้ คือการลดความเสี่ยง เช่น ลดการพบปะผู้คนมากๆ การจัดการกับพื้นที่โดยการรักษาความสะอาด