โดยจะมอบหมายให้สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดและตำรวจท่องเที่ยวในทุกจังหวัดร่วมมือกันตรวจสอบการเดินทางของคณะทัวร์ทั้งหมด เมื่อมีการจองและจัดทำรายการนำเที่ยวแล้ว ต้องแจ้งให้กับทางการทราบ และรับการตรวจสอบเมื่อไปถึงจุดหมายปลายทาง ในกรณีที่เดินทางโดยเครื่องบิน จะต้องทำการตรวจรับคณะที่สนามบิน หรือหากเดินทางโดยรถบัส จะมีการจัดการตรวจสอบในจุดที่นัดหมายอีกครั้ง เพื่อเป็นมาตรการป้องกันการฉ้อโกง ไม่ให้ซ้ำรอยโครงการเราเที่ยวด้วยกัน หลังปรากฏธุรกรรมต้องสงสัยเข้าข่ายกระทำผิดเงื่อนไข ส่อเค้าการร่วมมือจองห้องพักแต่ไม่มีการเข้าพักจริง
สำหรับขั้นตอนการดำเนินงานการคัดกรองแพ็คเกจ จะมีคณะทำงานร่วม ททท. ภาคเอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนดเกณฑ์การคัดเลือกแพ็คเกจ กำหนดเอกสารและเอกสารการเบิกจ่ายเงินสนับสนุน จากนั้นจะเปิดรับสมัครให้บริษัทนำเที่ยวที่เข้าร่วมโครงการนำเสนอแพ็คเกจ ก่อนจะประกาศแพ็คเกจให้นักท่องเที่ยวผู้สูงอายุเลือกใช้บริการ ส่วนกำหนดการเดินทางวางไว้ภายในเดือน เม.ย.2564
ด้านประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับคือนอกจากจะมีการเดินทางเพิ่มขึ้น 1 ล้านคน-ครั้งแล้ว คาดค่าใช้จ่ายจากการเดินทางเข้าพักเฉลี่ย 3 วันอยู่ที่ 2,500 บาทต่อวัน หรือ 7,600 บาทต่อคน เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจ 18,000 ล้านบาท
ทั้งยังช่วยบรรเทาความเดือดร้อนผู้ประกอบการ แรงงานและครอบครัวในภาคการท่องเที่ยวประมาณ 4 แสนคน ประกอบด้วย ผู้ประกอบการนำเที่ยว มัคคุเทศก์ แรงงานด้านการขนส่งทางบก ทางอากาศ และทางน้ำ ผู้ประกอบการด้านอาหารและเครื่องดื่ม และผู้ประกอบการโรงแรม
นอกจากนี้คาดว่าจะมีการจ้างงานมัคคุเทศก์ 50,000 -100,000 ราย จากการประเมินค่าเฉลี่ยจากพฤติกรรมนักท่องเที่ยวที่เดินทางเป็นแบบกลุ่มขนาดเล็ก หรือมีมูลค่าการจ้างงานรวม 225-450 ล้านบาท ขณะที่มูลค่าทางเศรษฐกิจจากการใช้จ่ายจากภาคแรงงานประมาณ 11,230 ล้านบาท