เนชั่นทีวี

ข่าว

ตร.หิ้วญาติเค้นสอบคดีฆ่ายัดถังเชียงใหม่

25 ธ.ค. 2563 | kriangkrai_rat

ตร.หิ้วญาติเค้นสอบคดีฆ่ายัดถังเชียงใหม่

เชียงใหม่ ตำรวจเรียก "น้องชาย-หลานชาย" สอบสวนเข้ม คดีฆ่ายัดถังสาวใหญ่ดอยเต่าซุกเมรุเผาศพวัดในพื้นที่ อ.ดอยเต่า จ.เชียงใหม่ ด้านญาติเตรียมทำพิธีทางศาสนาที่วัด ส่วนลูกสาวผวาหนัก กลัวคนร้ายมาทำร้าย

วันที่ 25 ธันวาคม 2563 ผู้สื่อข่าวเนชั่นทีวีรายงานว่า เมื่อวานนี้(24 ธ.ค.) เกิดเหตุฆาตกรรมสยองขวัญ โดยนางอาคร สมคำ อายุ 59 ปี ถูกคนร้ายก่อเหตุฆาตกรรมและนำศพยัดใส่ถังพลาสติกสีน้ำเงิน ขนาด 200 ลิตร ก่อนนำไปซ่อนไว้ในเมรุเผาศพ เพื่ออำพรางศพ ภายในสุสานบ้านสันบ่อเย็น หมู่ 2 บ้านสันบ่อเย็น ตำบลโปงทุ่ง อำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ หลังหายตัวออกจากบ้านตั้งแต่วันที่ 22 ธ.ค.2563 ญาติจึงแจ้งผู้ใหญ่บ้านก่อนช่วยกันออกตามหา กระทั่งพบศพเมื่อช่วงบ่ายวานนี้


และได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่กา ได้เข้าตรวจสอบที่เกิเหตุ พร้อมประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเชียงใหม่ พร้อมแพทย์เวรโรงพยาบาลดอยเต่า ร่วมชันสูตรพลิกศพและเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ ก่อนนำถังสีน้ำเงินขนาด 200 ลิตร และพลาสติกสีน้ำเงินที่คลุมร่างของผู้ตายก่อนยัดใส่ถังมาตรวจสอบหาลายนิ้วมือแฝงของคนร้าย รวมทั้งตรวจสอบใช้โทรศัพท์ของผู้ตาย


ความคืบหน้าล่าสุด ตำรวจ สภ.แม่กา ได้นำตัวผู้สงสัยสองคนมาสอบปากคำ เนื่องจากถังที่ใส่ศพผู้ตายนั้นเป็นถังสีฟ้า ที่ใช้ใส่สารลำไยของผู้ตายเอง มีการใช้ปากกาเมจิกสีดำเขียนชคำว่า "คร"ติดไว้ด้วย นอกจากนี้ยังพบรอยคราบยางในที่ใกล้บริเวณเมรุซึ่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้วพบเป็นรอยล้อเข็นที่มีเปลือกหอมลักษณะเดียวกับบ้านผู้ตายด้วย จึงได้คุมตัวสองผู้ต้องสงสัยสองคนเป็นพี่ชายกับหลานชายมาสอบปากคำเครียดเมื่อคืนนี้


เบื้องต้นทั้งสองคนยังให้การภาคเสธอยู่ แต่จากการตรวจสอบตามร่างกายของหลานชายของผู้ต้องหาพบรอยขีดข่วนบริเวณด้านหลัง ซึ่งเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้นำชิ้นเนื้อจากซอกเล็บไปตรวจสอบทางนิติวิทยาศาตร์อย่างละเอียดก่อน เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานใหัแน่นหนาก่อนขออนุมัติศาลออกหมายจับ


สำหรับหลานชาย อายุ 32 ปี ที่เป็นผู้ต้องสงสัยนั้น เคยมีประวัติถูกจับกุมในข้อเสพยาเสพติด เนื่องจากมีการตรวจปัสสาวะพบเป็นสีม่วง พร้อมกันนี้ก็ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางหลักเพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติมด้วย


ตร.หิ้วญาติเค้นสอบคดีฆ่ายัดถังเชียงใหม่


ขณะที่บรรยากาศที่บ้านของนางอาคร ญาติพี่น้อง และชาวบ้านได้มาร่วมตัวกันที่บ้านของนางสาครผู้ตาย ซึ่งเป็นบ้านไม้ชั้นเดียว ยู่ในรั่วเดียวกับบ้านของแม่และน้องสาวและน้องชาย ที่เป็นบ้านสองชั้น โดยชาวบ้านต่างวิพากษ์วิจารณ์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะในหมู่บ้านไม่เคยเกิดเหตุการณ์อุกฉกรรจ์และสะเทือนขวัญเช่นนี้มาก่อน ขณะที่นางสาววนิดา อุปการะ อายุ 27 ปี ลูกสาวของนางอาคร ผู้ตายได้เดินทางกลับจากตัวเมืองเชียงใหม่มาถึงบ้านพักตั้งแต่ช่วงบ่ายวานนี้ หลังญาติโทรศัพท์ไปแจ้งข่าวร้าย และนอนพักอยู่ภายในบ้าน


นางอารีย์ ปุ๊ดนะ อายุ 55 ปี น้องสาวผู้ตาย เล่าว่า เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม ตนเองและพี่สาวได้ชวนกันไปตกปลาที่หนองน้ำของหมู่บ้าน แต่พี่สาวไปนั่งดู กระทั่งมีโทรศัพท์ลูกสาวของผู้ตายโทรมาบอกว่าไม่สบาย ผู้ตายจึงขอตัวกลับบ้านก่อน จากนั้นตอนเย็นตนเองเดินทางกลับบ้านก็ไม่เจอพี่สาวคิดว่าไปหาลูกสาวที่พักหอพักในตัวเมืองเชียงใหม่


กระทั่งเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม ลูกสาวผู้ตายโทรมาหาตนเองสอบถามว่า แม่ไปไหนเพราะโทรศัพท์ไปหาแล้วไม่รับสาย จากนั้นทั้งลูกสาวของผู้ตาย ตนเอง และญาติพี่น้องก็ช่วยกันโทรศัพท์ไปหาแต่ผู้ตายไม่รับ จึงช่วยกันออกตามหาทั่วหมู่บ้านก็ไม่พบ สุดท้ายจึงหันพึ่งไสยศาสตร์ ไปสอบพระในหมู่บ้านรูปหนึ่ง หลังนั่งทางในพระรูปนี้บอกว่า นางอาครอยู่ไม่ไกลจากบ้าน อยู่ในอาคารแห่งหนึ่งที่อยู่ทางทิศตะวันตก ตนจึงไปแจ้งผู้ใหญ่บ้านเพื่อระดมชาวบ้านช่วยกันออกตามหาอีกครั้งเมื่อวานนี้ ( 24ธ.ค.)


ตร.หิ้วญาติเค้นสอบคดีฆ่ายัดถังเชียงใหม่

โดยหลังช่วยกันออกตามหาไปจนถึงเมรุเผาศพที่ห่างจากบ้านไปประมาณ 500 เมตร ชาวบ้านรายหนึ่งได้ยินเสียงดังของโทรศัพท์ จึงพากันเดินตายเสียไปก็พบว่าเสียงดังมาจากเมรุเผาศพ เมื่อเปิดดูก็พบว่ามีถังสีน้ำเงินขนาด 200 อยู่ในเมรุ และภายในมีศพชองนางอาครอยู่ จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที สำหรับพี่สาวนั้นเป็นคนดี ไม่มีพิษมีภัยเป็นที่รักของชาวบ้าน และเป็นคนสวย มีคนมาติดพันธ์แต่ก็ใช่ประเด็นที่ถึงขั้นจะฆ่ากันได้ โดยพี่สาวนั้นอยู่บ้านหลังหนึ่งคนเดียว แต่ก็ช่วยดูแลแม่ น้องชาย และหลานชายที่อยู่บ้านรั่วติดกัน ส่วนที่ตำรวจนำตัวผู้ต้องสงสัยซึ่งไปเครือญาติกันไปสอบปากคำ นางอารีย์ ตอบว่าไม่ทราบ ก็เป็นผู้ต้องสงสัยแต่จะน่าจะทราบความชัดเจนวันนี้


ด้านนางสาววนิดา อุปการะ อายุ 27 ปี ลูกสาวของผู้ตาย เปิดเผยว่า ตนทำงานอยู่ในตัวเมืองเชียงใหม่ หลังพ่อเสียไป10 กว่าปี แม่ก็ไม่ยอมมีสามีใหม่ เมื่อตนไปทำงานแม่ก็จะอยู่บ้านคนเดียวดูแลยายอายุ 92 ปีที่อยู่บ้านหลังติดกัน ปกติจะโทรศัพท์คุยกับแม่ประจำ เพราะแม่เป็นห่วงตนเองที่มีโรคประจำ และมักจะเดินทางมาอยู่เป็นเพื่อนที่หอพักในตัวเมืองเชียงใหม่ โดยวันเกิดเหตุตนเองโทรมาหาแม่บอกว่าไม่สบาย ไม่ได้บอกให้แม่มาหา และหากแม่จะเดินทางมาก็ต้องโทรบอกตนเองก่อนทุกครั้ง เมื่อโทรศัพท์หาแม่อีกครั้งแล้วแม่ไม่รับสายก็รู้สึกสังหรณ์ใจว่าอาจจะเกิดเรื่องร้ายกับแม่ เพราะว่าปกติแม่จะรับสายทุกครั้ง อยากฝากถึงตำรวจให้จับคนร้ายได้โดยเร็ว เพราะลงมือฆ่าแม่อย่างโหดเหี้ยมมาก


นายดนัย ใหม่ปลา ผู้ใหญ่บ้าน บอกว่า คดีนี้ถือว่าสะเทือนขวัญชาวบ้านเป็นอย่างมาก สำหรับสุสานดังกล่าวเพิ่มสร้างมาได้ประมาณ 1 ปีเศษเพื่อทดแทนสุสานเดินที่ทรุดโทรม แต่มีหญ้าขึ้นค่อนข้างรก แต่ตนเองไม่ได้นำชาวบ้านมาตัดและเก็บกวาดเพราะถือว่าหากมาทำความสะอาด อาจเกิดเรื่องไม่ดี หรือมีคนตายขึ้น ส่วนศพของนางอาคร ก็คงนำไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัด เพราะถือว่าคนตายได้ขึ้นเมรุเผาศพไปแล้ว ไม่สามารถนำกลับไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่บ้าน


ตร.หิ้วญาติเค้นสอบคดีฆ่ายัดถังเชียงใหม่

ข่าวล่าสุด