"โดยขณะนี้ในฐานะที่เราเป็นผู้นำในการลงทุนในเขตศรีราชา-แหลมฉบัง เตรียมขยายโครงการที่อยู่อาศัยเจาะกลุ่มลูกค้าญี่ปุ่น ครอบครัวนักธุรกิจที่ต้องมาพักอาศัยในประเทศไทย ต่อยอดความสำเร็จจากโครงการแรก ซึ่งสร้างความเชื่อมั่นให้เราขยายการลงทุนร่วมกับกลุ่มทุนใหญ่ของอสังหาฯ ญี่ปุ่นอย่าง โตคิว โดยเรามุ่งมั่นสร้างเมืองให้มีสภาพแวดล้อมที่ดียิ่งขึ้น ส่งมอบประสบการณ์ใหม่ด้วยก้าวต่อไปของโปรเจ็ค HarmoniQ 2 ขยายการลงทุนเพิ่มเติมอีกกว่า 800 ล้านบาท เพื่อเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยให้กับชาวญี่ปุ่น บนพื้นที่กว่ารวมกว่า 50 ไร่ในอำเภอ ศรีราชาจังหวัด ชลบุรี โดยคาดว่าจะเปิดให้ชมห้องตัวอย่างได้ในเดือนเมษายน ปี 2564 และเริ่มเปิดดำเนินโครงการภายในปีเดียวกัน" นายวิชัยกล่าว
จากความสำเร็จในโครงการแรก HarmoniQ 1 ซึ่งได้รับรางวัลจาก Miki House ที่ได้รับรองว่าแบรนด์ HarmoniQ เป็นสถานที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมต่อครอบครัวและเด็ก มีความปลอดภัย แข็งแรงตามมาตรฐานญี่ปุ่น โดยเลือกใช้การก่อสร้างจาก SCG HEIM นับเป็นแหล่งที่พักอาศัยที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของชาวญี่ปุ่นที่มาอาศัยอยู่ในประเทศไทย ด้วยจุดเด่นของโครงการที่มีห้องพักหลากหลายรูปแบบ มีบรรยากาศน่าอยู่เหมือนอยู่ที่ญี่ปุ่น และมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่เหมาะต่อคนญี่ปุ่นอย่างมาก จนทำให้มียอดจองพักล้นหลามบางช่วงถึงกับต้องมี Waiting List กันเลยทีเดียว
โครงการ HarmoniQ 2 เป็นบ้านสำหรับครอบครัวชาวญี่ปุ่นอย่างแท้จริง ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีความเหมาะสม สะดวกสบาย โดยคำนึงถึงการใช้ชีวิตของชาวญี่ปุ่นที่ต้องปรับสภาพแวดล้อมจากญี่ปุ่นมาอยู่ที่ศรีราชา
การออกแบบพื้นที่ใช้สอย: รวบรวมความรู้ด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของญี่ปุ่นเข้าด้วยกัน โดย Tokyu Corporation ซึ่งมีความรู้ในด้านการวางผังเมืองและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในประเทศญี่ปุ่น โดดเด่นด้วยบรรยากาศผ่อนคลายสำหรับครอบครัว ให้ความสำคัญกับการปรับตัวของผู้อยู่อาศัยครบครัน สะดวกสบาย ใส่ใจคุณภาพชีวิต: สำหรับโครงการนี้นอกเหนือจากการเพิ่มเติมบ้านพักอีกกว่า 140 หลัง โครงการยังมีการขยายส่วนต่อทั้งส่วนกลาง และสิ่งอำนวยความสะดวกใหม่ๆ อาทิ สนามเทนนิส, สนามบาสเก็ตบอล, พื้นที่ทำกิจกรรมเอาท์ดอร์ เป็นต้น รวมถึงขยาย Club House ที่ตอบโจทย์ทุกกิจกรรมด้วยคาเฟ่, โรงยิม, ห้องสมุด, ห้องสำหรับเด็ก, ห้องเก็บเสียง, ห้องประชุม และสตูดิโอบัลเลต์
สภาพแวดล้อมใกล้เคียง: มีโรงเรียนสำหรับชาวญี่ปุ่นอยู่ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามของโครงการ ด้วยความใส่ใจในการศึกษาและความปลอดภัยในการเดินทางไปโรงเรียน ตัวโครงการยังอยู่ติดกับโรงเรียนญี่ปุ่นศรีราชา และโรงเรียนอนุบาล Oisca ซึ่งอยู่ติดกับตัวโครงการจนเด็กๆ สามารถเดินไปโรงเรียนได้โดยไม่ต้องก้าวออกนอกเขตหมู่บ้าน นอกจากนี้ ยังมีสถานพยาบาล แหล่งพักผ่อนหย่อนใจ รวมถึง ใกล้เคียงCommunity Mall J-Park Nihonmura Sriracha และรักษาความปลอดภัยโดย Secom บริษัท Security อันดับหนึ่งจากญี่ปุ่นอีกด้วย"ด้วยประสบการณ์การเป็นผู้นำด้านการลงทุนของเครือสหพัฒน์ พร้อมด้วยความรู้และประสบการณ์ด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของกลุ่มโตคิว ที่ทำการพัฒนาที่ดิน และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มายาวนานกว่า 98 ปีในประเทศญี่ปุ่น เราเชื่อมั่นว่าจะสามารถทำให้การพัฒนาโครงการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสมต่อการอยู่อาศัยของลูกค้าได้เป็นอย่างดี และยังคงมุ่งมั่นในการสร้างความเติบโตในธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในศรีราชาอย่างไม่หยุดยั้งและต่อเนื่องต่อไป" นายวิชัยกล่าวทิ้งท้ายการขยายการลงทุนของโครงการอสังหาฯ ใน "ศรีราชา" เป็นการตอกย้ำศักยภาพของอำเภอนี้ในชลบุรีว่าเป็น "เมืองหลวงแห่งอุตสาหกรรม" ที่น่าจับตามองในเขตเศรษฐกิจพิเศษ EEC เฉพาะที่ศรีราชาขณะนี้มีนิคมอุตสาหกรรมกว่า 10 แห่ง และจำนวนโรงงาน มีโรงงานทั้งสิ้นกว่า 1,300 แห่ง โดยญี่ปุ่นเป็นชาวต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทยมายาวนานโดยเฉพาะในพื้นที่ศรีราชา ซึ่งในปัจจุบันมีชาวญี่ปุ่นพักอาศัยอยู่กว่า 10,000 คน และมีสมาคมธุรกิจญี่ปุ่นอยู่กว่า 20 แห่ง ดังนั้น EEC จึงเป็นทำเลศักยภาพอีกแห่งหนึ่งสำหรับตลาดที่อยู่อาศัยในไทย ที่จะสามารถตอบรับดีมานด์ชาวต่างชาติและชาวไทยได้