ด้านนางนันทิยา วงศ์วานิชย์ แกนนำกลุ่มพลังแม่ฮ่องสอนและชาติพันธุ์ ผู้สมัครชิงนายก อบจ.แม่ฮ่องสอน หมายเลข 2 ที่ถูกตัดสิทธิ์
กล่าวว่าการเลือกตั้งท้องถิ่น โดยเฉพาะ อบจ.แม่ฮ่องสอนในครั้งนี้ เป็นไปอย่างไม่โปร่งใส มีการพยายามกดดันและกีดกันผู้สมัคร ที่อยู่ในกลุ่มพลังแม่ฮ่องสอนและชาติพันธุ์ อย่างชัดเจนโดยใช้ช่องทางทางกฎหมาย และคนที่ไม่สุจริต ทำการกดดันผู้สมัครในกลุ่มพลังแม่ฮ่องสอน ฯ เพื่อให้แพ้การเลือกตั้งในครั้งนี้
โดยเฉพาะตนเจอการใช้กฎหมายที่ไม่เป็นธรรม เช่น ตนไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยของ กกต.ที่ 773/2563 ไม่ได้เป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมายเพราะการนับวันเวลามีมาตรฐานปฏิทินการนับเวลาสากลทั่วไปตามกฎหมาย คือ 1 ปี มี 365 วัน ตามที่อ้างว่าใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/1 และ 193/3 วรรค 2 นั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ.เลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2562 มาตรา 43(3) เพราะเมื่อตนมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2562 ถึงวันที่ 6 พฤศจิกายน 2563 ก็แสดงว่าตนได้ย้ายออกจากทะเบียนบ้านเดิมมาแล้ว
หากนับการมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในวันที่ 9 พฤศจิกายน 2562 ถึงวันที่ 6 พฤศจิกายน 2563 แล้วข้อเท็จจริงในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2562ตนจะไปอาศัยอยู่ในทะเบียนบ้านของผู้ใด การวินิจฉัยดังกล่าวน่าจะขัดกับกฎหมายรัฐธรรมนูญพ.ศ.2560 เรื่องเสรีภาพในการย้ายถิ่นที่อยู่อาศัย ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นกับตนและทีมงาน อยากจะให้คนทั่วประเทศไทยได้รับรู้ว่ามีสิ่งเหล่านี้แทรกเข้าไปในการเลือกตั้ง แทนที่จะได้คนที่มีความสามารถและตั้งใจในการเข้าไปรับใช้ประชาชนอย่างแท้จริง กลับได้คนที่จ้องแต่แสวงหาผลประโยชน์จากเงินงบประมาณเข้ากระเป๋าตัวเองและพรรคพวกเข้าไปบริหารประเทศชาติและบ้านเมือง