ด้านนายจตุพร บุรุษพัฒน์ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า วันนี้ ตนได้รับรายงานจากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเกี่ยวกับผลการชันสูตรโดยคณะสัตวแพทย์ของกรมฯและสัตวแพทย์หญิงปิยฉัตร บัวศรีสัตวแพทย์ประจำสถาบันทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีชัยวิทยาเขตตรัง พบว่าพะยูนตัวดังกล่าวเป็นพะยูนเพศผู้ ขนาดโตเต็มวัย น้ำหนักประมาณ 350กก. สภาพซากเน่า คาดว่าจะเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 3วัน ลักษณะภายนอกพบบาดแผลจากรอยเขี้ยวของพะยูนตัวอื่นซึ่งเกิดจากพฤติกรรมในฝูงของพะยูนตามธรรมชาติ และรอยบาดแผลถูกของมีคมขนาดกว้าง 1เซนติเมตร เมื่อเปิดผ่าชันสูตรพบว่าอวัยวะภายในเน่าสลาย ไม่สามารถระบุรอยโรคบ่งบอกสาเหตุความผิดปกติได้
ส่วนของทางเดินอาหารเต็มไปด้วยหญ้าทะเลอัดแน่นเต็มกระเพาะอาหารและตลอดทั้งทางเดินอาหาร ไม่พบสิ่งแปลกปลอมอื่น ๆผนังของกระเพาะอาหารเป็นแผลหลุมเล็กน้อย นอกจากนี้ ยังพบเงี่ยงปลายหางของปลากระเบนขนาดความยาวประมาณ 11 เซนติเมตรปักติดอยู่ภายในเนื้อเยื่อบริเวณกระดูกซี่โครงอกด้านซ้ายซี่ที่ 1และ 2ทางคณะแพทย์ผู้ชันสูตรจึงสรุปสาเหตุการเสียชีวิตได้ว่าเกิดจากเมือกพิษบริเวณเงี่ยงปลายหางกระเบนแทงทะลุเข้าบริเวณช่องอกทำให้พะยูนเสียชีวิตโดยฉับพลัน
ทั้งนี้ ได้สั่งการให้นายโสภณ ทองดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งกำชับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ในการตรวจลาดตระเวนให้เข้มงวดขึ้นหากพบพะยูนที่บาดเจ็บหรือเจ็บป่วยให้รีบประสานทีมสัตวแพทย์เพื่อลงพื้นที่ให้การช่วยเหลือทันทีเพื่อจะได้ลดการสูญเสียพะยูนในธรรมชาติ อีกทั้ง ให้คิดค้นพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อช่วยในการลาดตระเวนและอนุรักษ์พะยูนให้คงอยู่อย่างยั่งยืนต่อไป นายจตุพร กล่าว