ศ.ดร.กิตติ ลิ่มสกุล นักเศรษฐศาสตร์ และอดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและกระทรวงศึกษาธิการ ระบุ เศรษฐกิจไทยปี 2564 จะยังคงติดลบต่อเนื่องจากปี 2563 แต่จะเป็นการติดลบเพียงเล็กน้อย ซึ่งถือว่าสถานการณ์ดีขึ้นหลังการแพร่ระบาดโควิด-19 มาแล้ว 1 ปี ซึ่งสาเหตุที่เศรษฐกิจไทยยังคงติดลบเป็นผลจากหลายภาคธุรกิจที่ยังได้รับผลกระทบจากโควิด โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยว ซึ่งปี 2564 จะต้องมีการชำระคืนเงินกู้ของผู้ประกอบการให้กับธนาคารพาณิชย์ ขณะที่เศรษฐกิจไทยยังไม่สมารถฟื้นกลับมาเป็นปกติในปีหน้าได้ ซึ่งต้องใช้ระยะเวลา 3 ปีกว่าจะฟื้นกลับมาปกติ
ทั้งนี้ การฟื้นฟูเศรษฐกิจในปี 2564 เห็นว่ารัฐบาลมีความจำเป็นต้องกู้เงินเพิ่มอีก 2 ล้านล้านบาท จากปัจจุบันกู้เงินแล้ว 1.9 ล้านล้านบาท มาช่วยพยุงภาคธุรกิจที่จำเป็นทั้งท่องเที่ยว โรงแรม และสายการบิน เพื่อถือครองการจ้างงานในระหว่างที่การฟื้นตัวเศรษฐกิจยังไม่กลับมาเป็นปกติ ซึ่งถือเป็นการแก้ไขปัญหาระยะกลาง โดยใช้รูปแบบนำเงินทุนสำรองประเทศ 1-2% มาค้ำประกันและให้รัฐบาลออกพันธบัตรนำเงินมาฟื้นฟู
ส่วนมาตรการแก้ไขปัญหาระยะสั้น ถือว่ารัฐบาลทำมาดีแล้วระดับหนึ่ง โดยเฉพาะโครงการคนละครึ่ง ที่ต้องทำต่อไป และค่อยๆลดลงเพื่อนำงบประมาณไปพัฒนาด้านอื่น
ด้านผศ.ดร.รักษ์พงศ์ วงศาโรจน์ รองอธิการบดีฝ่ายวางแผน สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ กล่าวว่า รัฐบาลควรปรับรูปแบบการฟื้นฟูภาคการท่องเที่ยว โดยยังคงใช้มาตรการเดิมที่แก้ปัญหาในระยะสั้น แต่ให้เน้นการใช้จ่ายไปยังท่องเที่ยวเมืองรอง ส่วนระยะกลางและระยะยาวต้องพัฒนาศักยภาพบุคลากรท่องเที่ยวให้ตอบโจทย์การท่องเที่ยววิถีใหม่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
ทีมข่าวเศรษฐกิจเนชั่นทีวีรายงาน