ในขณะที่หลายชาติในยุโรปกำลังมีการระบาดของโควิด-19 พุ่งสูงขึ้น และทยอยบังคับใช้มาตรการควบคุมเข้มงวดขึ้น แต่มี 3 ประเทศ ที่ควบคุมการระบาดของไวรัสได้ โดยไม่ต้องล็อคดาวน์

นักการเมืองหลายประเทศ กำลังสิ้นหวังในการหาหนทางสร้างความสมดุลย์ระหว่างการออกข้อจำกัดต่างๆ เพื่อสกัดการะบาดของโควิด-19โดยไม่กระทบต่อเศรษฐกิจ หรือ สร้างความไม่พอใจให้ประชาชนที่อยากจะกลับไปรวมตัวกันเพื่อฉลองเทศกาลวันหยุดประจำปีโธมัส เฮล รองศาสตราจารย์ด้านนโยบายสาธารณะ ของมหาวิทยาลัยอ๊อกซ์ฟอร์ด ให้ความเห็นว่า คำถามสำคัญในตอนนี้ คือ อะไรคือชุดนโยบายที่เหมาะสมที่สุดเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสุขภาพโดยเสียค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด แต่ "สูตรวิเศษ" นี้ จะแตกต่างกันในแต่ละประเทศและประชากร และผลที่ได้ก็มีทั้งตัวเลขที่เพิ่มขึ้นและลดลง

3 ชาติยุโรปคุมโควิดอยู่โดยไม่ล็อกดาวน์




แต่สำหรับ 3 ประเทศในยุโรป คือ ฟินแลนด์ นอร์เวย์และ เดนมาร์ก สามารถควบคุมการระบาดโดยไม่ต้องใช้มาตรการล็อกดาวน์ จากผลการวิเคราะห์ของมหาวิทยาลัยอ๊อกซ์ฟอร์ดและมหาวิทยาลัยจอห์นส ฮอปสกินส พบว่า ในขณะที่ทั้ง 3 ประเทศ ได้ชื่อว่า ใช้ข้อจำกัดที่ผ่อนคลายที่สุดในทวีป แต่ก็ยังรักษาตัวเลขผู้เสียชีวิตรายวันให้อยู่ในระดับต่ำ โดยต่ำกว่าอัตราส่วน 1 ต่อล้าน ในช่วง 3 เดือนระหว่างวันที่ 1 กันยายนถึง 30 พฤศจิกายน

3 ชาติยุโรปคุมโควิดอยู่โดยไม่ล็อกดาวน์




แต่ความสำเร็จของเดนมาร์กอาจจะถึงจุดสิ้นสุด หลังจากเมื่อเดือนพฤศจิกายน ตัวเลขผู้เสียชีวิตได้เกินอัตรา 1 ต่อล้าน เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม โดยเมื่อวันศุกร์มีผู้ติดเชื้อใหม่ทำสถิติ 4,000 คน ทำให้รัฐบาลต้องรีบประกาศล็อคดาวน์ทั่วประเทศ เพื่อควบคุมตัวเลขไม่ให้สูงไปกว่านี้ โดยล่าสุด มีผู้ติดเชื้อใหม่มากกว่า 2,800 คน ติดเชื้อสะสมมากกว่า 134,000 คน และเสียชีวิตมากกว่า 1,000 คน

3 ชาติยุโรปคุมโควิดอยู่โดยไม่ล็อกดาวน์

ส่วนฟินแลนด์ มีอัตราการติดเชื้อและการเสียชีวิตต่อหัวเฉลี่ยต่ำที่สุดในยุโรปในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา โดยสามารถยับยั้งการแพร่ระบาด ในขณะที่ใช้ข้อจำกัดที่ผ่อนคลายที่สุดในทวีป ที่รวมทั้งสามารเดินทางภายในประเทศ ไปโรงเรียนหรือไปทำงาน และไม่ได้บังคับให้สวมหน้ากากอนามัยด้วย ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า ไม่ได้มีสูตรพิเศษ แต่เป็นปัจจัยทางวัฒนธรรมการเมืองและภูมิศาสตร์ ได้แก่ ความหนาแน่นของประชากรต่ำ การเดินทางน้อยลง และความไว้วางใจในรัฐบาลสูง และเมื่อเกิดคลื่นการระบาดระลอกใหม่ ก็ได้ใช้มาตรการป้องกันแทนที่จะล็อคดาวน์ เช่น โครงการช่วยเหลือประชาชนที่ต้องกักตัวหรืออยู่แต่ในบ้าน ด้วยการจ่ายเงินชดเชยให้รายได้ที่สูญเสียไป ล่าสุด ฟินแลนด์มีผู้ติดเชื้อใหม่ 309 คน ติดเชื้อสะสมมากกว่า 33,100 คน และเสียชีวิต 489 คน

3 ชาติยุโรปคุมโควิดอยู่โดยไม่ล็อกดาวน์

ส่วนนอร์เวย์ อุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซของประเทศ สามารถจัดหากันชนขนาดใหญ่ทางเศรษฐกิจ เพื่อลดผลกระทบต่อรายได้ของประชาชน และพบว่า 40% ของผู้ติดเชื้อที่พบเมื่อเดือนกรกฎาคม เป็นประชากรที่เกิดในต่างประเทศ แต่รัฐบาลก็ยังจัดตั้งกองทุนมูลค่า 770,000 ดอลลาร์ เพื่อเฝ้าระวังโควิด-19 ตามชุมชนผู้อพยพ ส่งผลให้อัตราผู้ติดเชื้อลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญ สวนทางกับประเทศในยุโรปส่วนใหญ่ที่ตัวเลขพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด มีผู้ติดเชื้อใหม่ 201 คน ติดเชื้อสะสมมากกว่า 43,000 คน และเสียชีวิต 404 คน