เมื่อเวลา 15.00 น. ที่เรือนจำกลางนครปฐม ว่าที่ ร.ต.ธนกฤต จิตอารีย์รัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ประชุมร่วมกับผู้บัญชาการเรือนจำเขต 7 นำโดย นายนักรบ นาคพรหม ผู้บัญชาการเรือนจำกลางนครปฐม ประธานเขต 7 รวมถึง ผู้บัญชาการเรือนจำกลางเขาบิน ผบ.เรือนจำกลางราชบุรี ผบ.เรือนจำกลางสมุทรสงคราม ผบ.เรือนจำกลางสมุทรสาคร ผบ.เรือนจำจังหวัดกาญจนบุรี ผบ.เรือนจำจังหวัดสมุทรสาคร ผบ.เรือนจำอำเภอทองผาภูมิ ผอ.สถานกักกันนครปฐม ผบ.เรือนจำพิเศษธนบุรี และผบ.ทัณฑสถานหญิงธนบุรี ถึงสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร
ว่าที่ ร.ต.ธนกฤต กล่าวว่า จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม รับทราบถึงสถานการณ์ดังกล่าวและเป็นห่วง จึงได้กำชับถึงมาตรการป้องกันโรค ตามที่กรมราชทัณฑ์กำหนด โดย นายสมศักดิ์ เห็นควรให้ใช้มาตรการดังกล่าวกับเรือนจำเขต 7 ทั้งหมด จึงขอให้เรือนจำเขต 7 ดำเนินการ ตามมาตรการสำคัญ ๆ ดังนี้ 1. แยกกักกันโรค ผู้ต้องขังรับใหม่ รับย้าย กลับจากรพ.ภายนอก อย่างน้อย 14 วัน และต้องปฏิบัติตามกระบวนการแยกกักกันโรคที่ถูกต้องอย่างเข้มงวด 2. งดการเยี่ยมญาติช่องทางปกติและให้มีการเยี่ยมญาติ ทางไลน์ทดแทน 3. "มาตรการคนในห้ามออกคนนอกห้ามเข้า" ด้วยการงดนำผู้ต้องขังออก ทำงานภายนอกเรือนจำทุกกรณี และงดการนำบุคคลภายนอกเข้าเรือนจำ ยกเว้นมีความจำเป็น เช่น เจ็บป่วย 4. สร้างความเข้าใจ ให้ข้อมูลที่ถูกต้องกับผู้ต้องขังและญาติ ตลอดจนจัดให้มีกิจกรรมผ่อนคลายความเครียดในเรือนจำช่วงระหว่างการงดเยี่ยมญาติ 5. กำชับเจ้าหน้าที่ ผู้ต้องขังและญาติ ให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและ ควบคุมโรคอย่างเคร่งครัด เช่น สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา การเว้นระยะห่างทางสังคมสังคม และ 6.งดการจัดกิจกรรมที่ต้องนำผู้ต้องขังมารวมกันมากๆ และจัดหาหน้ากากอนามัยให้ผู้ต้องขังทุกคนอย่างน้อยคนละ 2 ชิ้น
"ขอให้ผู้บัญชาการทุกท่านรับทราบมาตรการ และจัดการให้ดี พยายามประชาสัมพันธ์ข่าวสารให้ทั่วถึง ทั้งตัวผู้ต้องขังและญาติ และการนำตัวผู้ต้องขังไปยังศาลจะสามารถใช้วิธีวิดีโอคอนเฟอร์เร็นได้หรือไม่ และหากเรือนจำไหนมองแล้วว่าจะเกิดการลุกลามให้พิจารณาล็อกดาวน์ตัวเอง สิ่งที่เราห่วงคือเรื่องของคนในเรือนจำ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ พยายามเช็คอย่างละเอียดและไปในพื้นที่สุ่มเสี่ยง ในเรือนจำต้องไม่มีโควิด"ว่าที่ ร.ต.ธนกฤต