นายแพทย์ธเรศฯ กล่าวต่อว่า สำหรับกลุ่มนักกอล์ฟชาวต่างชาติและผู้ติดตามที่จะเข้ารับบริการที่สถานกักกันกิจการกอล์ฟนั้น จะอนุญาตเฉพาะผู้ที่เดินทางมาจากประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำ ซึ่งประมาณการรายได้ไว้ที่ 100,000 บาท ต่อคน โดยทั้งนักกอล์ฟและผู้ติดตามจะต้องมีผลตรวจโรคโควิด-19 ก่อนเดินทาง 72 ชั่วโมง มีการทำข้อตกลงและจองแพ็คเกจการเดินทางกับตัวแทนบริษัทนำเที่ยว โดยจะต้องนัดหมายล่วงหน้ากับสถานกักกันกิจการกอล์ฟและขอหนังสือรับรองให้เดินทางเข้าประเทศไทยได้ (Certificate of Entry - COE) จากสถานเอกอัครราชทูตก่อนเดินทางเข้าประเทศไทย
และเมื่อเดินทางเข้ามาในประเทศไทยแล้วจะต้องเข้าพัก ณ สถานกักกันกิจการกอล์ฟ เป็นเวลา 14 วัน ซึ่งระหว่างนี้สามารถออกรอบและทำกิจกรรมเพื่อสุขภาพได้ โดยผู้รับบริการและผู้ติดตามจะได้รับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ทางห้องปฏิบัติการ รวม 3 ครั้ง คือ ครั้งที่ 1 ในวันที่เดินทางมาถึง ครั้งที่ 2 วันที่ 5 หรือ 7 และครั้งที่ 3 วันที่ 13 หรือ 14 หากพบว่าติดเชื้อโควิด-19 จะส่งรักษาในโรงพยาบาลคู่สัญญา โดยจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด
นอกจากการคุมเข้มตัวนักท่องเที่ยวและผู้ติดตามแล้ว ในส่วนของผู้ให้บริการหรือแคดดี้นั้น ประกาศกระทรวงสาธารณสุขก็มีข้อกำหนดเพื่อป้องกันมิให้เกิดความเสี่ยงในการติดเชื้อโรคโควิด-19 ภายในประเทศ โดยผู้ให้บริการหรือแคดดี้ต้องสวมหน้ากากผ้า หรือหน้ากากอนามัย และมีถุงมืออนามัยตลอดการทำงาน มีการจัดเตรียมเจลแอลกอฮอล์แก่ผู้ปฏิบัติงาน ขณะออกรอบมีการเว้นระยะห่างระหว่างบุคคล และผู้ให้บริการหรือแคดดี้ทุกคนต้องทำความสะอาดร่างกายและล้างมือหลังออกรอบทุกครั้ง