เนชั่นทีวี

ข่าว

รวบเครือข่ายนายหน้าเถื่อนรายใหญ่หลอกคนไปทำงานตปท.

17 ธ.ค. 2563 | suriya_pat

รวบเครือข่ายนายหน้าเถื่อนรายใหญ่หลอกคนไปทำงานตปท.

รวบเครือข่ายนายหน้าเถื่อนรายใหญ่หลอกคนไปทำงานต่างประเทศ ซ้ำเติมคนตกงานช่วงโควิด-19 รวมผู้เสียหายในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ มากว่า 6 อำเภอ รวมกว่า 40 ราย สูญเงินกว่า 8 ล้านบาท ผู้เสียหายบางรายที่ต้องไปหากู้ยืมเงินมาหวังไปทำงานต่างประเทศถึงต้องหมดตัวขายที่นาใช้หนี้ จนท.ฝากเตือนเป็นอุทาหรณ์อย่าไปหลงเชื่อ

17 ธันวาคม 2563 ที่บริเวณหน้ากองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิ พล.ต.ต.ฉลอง  สุขจันทร์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิ ( ผบก.ภ.จว.ชย.) พร้อมด้วยชุดเจ้าหน้าที่สืบสวน กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิ ได้เปิดแถลงผลการติดตามจับกุมเครือข่ายนายหน้าเถื่อนหลอกคนไปในทำงานในต่างประเทศ ท่ามกลางที่มีชาวบ้านประชาชนผู้เสียหายตกเป็นเหยื่อถูกหลอกในครั้งนี้รวมกว่า 6 อำเภอ กว่า 40 คน ในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ มูลค่าความเสียหายมากกว่า 8 ล้านบาท ได้เดินทางมารอดูการแถลงข่าวและนำกระเช้าดอกไม้มารอมอบให้กำลังใจต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจในครั้งนี้ด้วย

รวบเครือข่ายนายหน้าเถื่อนรายใหญ่หลอกคนไปทำงานตปท.

 
หลังเมื่อช่วงค่ำวานนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิ สนธิกำลังชุดสืบสวน จนสามารถติดตามจับกุม ตัว  "น.ส.พีทฌญาณา  คลังทอง"  อายุ 33 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดภูเขียว ที่ 122-123/2563 ลงวันที่ 15 ธันวาคม 2563 และยังเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ อีกหลายหมาย สำหรับกรณีดังกล่าวนายสุชาติ  ชมกลิ่น รมว.กระทรวงแรงงาน สั่งการให้เร่งดำเนินคดีกับนายหน้าเถื่อนรายนี้ ที่มีเครือข่ายเกี่ยวข้องหลายคนในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ ได้ทำการหลอกลวงประชาชนหลายรายมาต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2562 โดยอ้างว่าสามารถส่งคนไปทำงานที่ต่างประเทศได้ ซึ่งมีการร้องทุกข์แจ้งความให้ติดตามจับกุมตัวเครือนี้มาต่อเนื่องตั้งแต่ต้น 2563 ปีที่จนมาถึงประมาณช่วงวันที่ 10 พ.ย.63 ที่ผ่านมา

ทางเจ้าพนักงานชุดจับกุมได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ พบว่ามีผู้เสียหาย จำนวน 21 ราย ได้รวมตัวเข้ายื่นหนังสือร้องทุกข์ไปยังกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดชัยภูมิ  (กอ.รมน. จังหวัดชัยภูมิ) และยังมีผู้เสียหายอีกหลายรายเข้าแจ้งความดำเนินคดีต่อพนักงานสอบสวนในสังกัดตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิอีกเป็นจำนวนมากมาต่อเนื่อง รวมแล้วมีผู้เสียหายในครั้งดังกล่าวที่ถูกหลอกไปทำงานต่างประเทศกับเครือข่ายนายหน้าเถื่อนในครั้งนี้รวมจำนวน 40 ราย แบ่งผู้เสียหายออกเป็นในพื้นที่อำเภอภูเขียว จำนวน 23 ราย รวมมูลค่าความเสียหาย จำนวน  4,940,070 บาท


รวบเครือข่ายนายหน้าเถื่อนรายใหญ่หลอกคนไปทำงานตปท.

นอกจากนี้ยังมีในพื้นที่อำเภอบ้านแท่น จำนวน 2 ราย รวมมูลค่าความเสียหาย จำนวน  392,690 บาท ,ในพื้นที่อำเภอแก้งคร้อ จำนวน 1 ราย รวมมูลค่าความเสียหาย จำนวน 178,000 บาท ,ในพื้นที่อำเภอจัตุรัส จำนวน 7 ราย รวมมูลค่าความเสียหาย จำนวน 1,131,170 บาท ,ในพื้นที่อำเภอเมืองชัยภูมิ จำนวน 5 ราย รวมมูลค่าความเสียหาย จำนวน 511,400 บาท และในพื้นที่อำเภอคอนสวรรค์ จำนวน 2 ราย รวมมูลค่าความเสียหาย จำนวน 417,5500 บาท โดยรวมทั้งจังหวัดชัยภูมิ มีผู้หลงเชื่อถูกหลอกลวงเงินรวมมูลค่าความเสียหายประมาณ  8,000,000 บาท 
และจากการสืบสวนนายหน้าเถื่อนผู้กระทำความผิดครั้งนี้ ทราบว่าคือ น.ส.พีทฌญาณา  คลังทอง อายุ 33 ปี เจ้าพนักงานตำรวจ กก.สืบสวน ภ.จว.ชัยภูมิ จึงร่วมกับเจ้าพนักงาน กอ.รมน. จังหวัดชัยภูมิ ร่วมกันออกติดตาม สืบสวนจนล่าสุดเมื่อช่วงค่ำวานนี้สามาถติดตามจับกุมตัว น.ส.พีทฌญาณา   คลังทอง อายุ 33 ปี ไว้ได้ในระหว่างหลบหนีเข้าไปพักอาศัยอยู่ภายใน รีสอร์ท แห่งหนึ่งภายในตัวเมืองชัยภูมิ  และผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าตนเองเป็นนายหน้าจัดหาคนไปทำงานที่ต่างประเทศจริง โดยร่วมกับ น.ส.นุชรีพร เชื้ออ่อน เป็นผู้จัดหาคนไปทำงานต่างประเทศ โดยใช้บัญชีธนาคารกรุงเทพ หมายเลข 3004563006 ชื่อบัญชี น.ส.พีทฌญาณา คลังทอง ,บัญชีธนาคารกสิกรไทย หมายเลข 2292699282 ชื่อบัญชี นางระรินธร เชื้ออ่อน ,บัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ หมายเลข 4390007685 ชื่อบัญชี นายวุฒิเทพ   คลังทอง และบัญชีธนาคารกรุงเทพ หมายเลข 6802405059 ชื่อบัญชี นายสุรศักดิ์  บุญชื่น ทั้ง 4 บัญชี ใช้ในการรับโอนเงินจากผู้เสียหายทั้งหมด จะต้องเสียค่าใช้จ่ายค่าการดำเนินการคนละ  90,000 - 190,000  บาท ซึ่งค่าใช้จ่ายในการดำเนินการจะมาก หรือน้อย ขึ้นอยู่กับประวัติการเดินทางไปต่างประเทศของชาวบ้านแต่ละคนเอง 

        

รวบเครือข่ายนายหน้าเถื่อนรายใหญ่หลอกคนไปทำงานตปท.

ซึ่งผู้ต้องหาสาววัย 33 ปี รายนี้ รับอีกว่าเป็นผู้รับเงินจากผู้เสียหายจริง จะได้รับเงินค่านายหน้าแค่คนละ  25,000 บาท โดยเงินส่วนที่เหลือจากการหักค่านายหน้า จะโอนไปให้เครือข่ายชาวต่างชาติ Mr.Noah Fall  ที่เป็นผู้สามารถพาคนไปทำงานต่างประเทศได้  เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหาร่วมกันหลอกลวงผู้อื่นว่าสามารถหางานหรือส่งไปฝึกงานที่ต่างประเทศได้ และโดยการหลอกลวงนั้น ได้ไปซึ่งเงินหรือทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากผู้อื่นใดจากผู้ถูกหลอกลวงและร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์ ส่งพนักงานสอบสวนสภ.ภูเขียว ดำเนินคดี ง และเร่งดำเนินการติดตามยึดทรัพย์ที่เครือข่ายนายหน้าเถื่อนหลอกลวงชาวบ้านไปทั้งหมดมาคืนโดยเร็วต่อไป 
ก่อนที่ทางด้าน พล.ต.ต.ฉลอง  สุขจันทร์ ผบก.ภ.จว.ชัยภูมิ กล่าวเพิ่มเติมว่า ครั้งนี้ทั้งตำรวจเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพยายามเร่งติดตามตัวผู้ต้องหารายนี้มาต่อเนื่องตลอด รวมทั้งเจ้าหน้าที่จากจัดหางานจังหวัดชัยภูมิ ก็อยากจะฝากเตือนประชาชนผู้เสียหายในครั้งนี้ได้เป็นอุทาหรณ์ด้วยว่า อย่าไปหลงเชื่อนายหน้าเถื่อนแบบนี้ง่ายๆอีก ควรติดต่อเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวต้องทางการจัดหางานในแต่ละพื้นที่ให้ดีก่อน ว่าเขาสามารถกระทำได้ตามขั้นตอนกฎหมายที่จะพาไปทำงานต่างประเทศได้หรือไม่ 

รวบเครือข่ายนายหน้าเถื่อนรายใหญ่หลอกคนไปทำงานตปท.

ข่าวล่าสุด