เนชั่นทีวี

ข่าว

แนะนำวิธีเลือกรับประทานอาหาร ต้านพิษ"ฝุ่นจิ๋ว" PM2.5

17 ธ.ค. 2563 | ratchata

แนะนำวิธีเลือกรับประทานอาหาร ต้านพิษ"ฝุ่นจิ๋ว" PM2.5

กรมควบคุมมลพิษ ระบุชัดสถานการณ์ "ฝุ่นจิ๋ว" PM2.5 กำลังสร้างปัญหาใหญ่ให้ประชาชน ในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล นอกจากการป้องกันด้วยการใส่หน้ากากแล้ว วันนี้มีข้อแนะนำการเลือกรับประทานอาหาร เพื่อต้านพิษฝุ่นจิ๋ว มาฝากกัน

17 ธันวาคม 2563 ในสถานการณ์ ฝุ่นจิ๋ว PM2.5 กำลังสร้างปัญหาอย่างมาก จากการตรวจวัดของกรมควบคุมมลพิษ พบว่า เริ่มส่งผลต่อสุขภาพ ล่าสุดทางเพจเฟซบุ๊ก "สถาบันการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร" ได้ออกมาแนะนำการเลือกรับประทานอาหาร เพื่อช่วยเสริมสร้างให้ร่างกายต้านพิษฝุ่นจิ๋ว PM2.5 โดยระบุว่า
กลายเป็นวาระแห่งชาติอีกครั้ง เมื่อมีรายงานสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ที่อยู่ในระดับสูงและเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะเขต กรุงเทพ ปริมณฑล และพื้นที่อื่นๆรวมกว่า 60 พื้นที่ในประเทศไทย
ที่ผ่านมาเราได้พูดถึงสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 กันมาอย่างยาวนาน ถึงผลกระทบต่อสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็น โรคปอด โรคภูมิแพ้ระบบทางเดินหายใจและปอด สารก่อมะเร็งที่มากับฝุ่น การติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ รวมถึงการระคายเคืองตามผิว ดวงตา ทางเดินหายใจ

แนะนำวิธีเลือกรับประทานอาหาร ต้านพิษ"ฝุ่นจิ๋ว" PM2.5


นอกจากการป้องกันด้วยอุปกรณ์ภายนอกที่สำคัญแล้ว ไม่ว่าจะเป็นหน้ากากอนามัย การปลูกต้นไม้ในที่อยู่อาศัยที่ช่วยกรองฝุ่น หรือแม้กระทั่งการใช้ตัวช่วยอย่างเครื่องฟอกอากาศ แต่ก็ดูเหมือนว่าจะยังไม่เพียงพอ เพราะนอกจากตัวช่วยภายนอกแล้ว ภายในก็ต้องแข็งแรงด้วย ดังนั้นวันนี้จะขอแนะนำอาหารที่ควรรับประทาน เพื่อช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้พร้อมรับมือกับสถานการณ์มลภาวะ

แนะนำวิธีเลือกรับประทานอาหาร ต้านพิษ"ฝุ่นจิ๋ว" PM2.5

เทคนิคการเลือกรับประทานอาหาร หรือเลือกใช้สมุนไพรในเพื่อสู้กับมลพิษทางอากาศในขณะนี้ จำเป็นต้องรับสารอาหารที่ช่วยลดการอักเสบของร่างกาย และสารต้านอนุมูลอิสระในปริมาณที่สูงขึ้น เพื่อช่วยลดผลกระทบจากการได้รับ PM 2.5 กลุ่มอาหารที่แนะนำ ดังนี้..
ผักผลไม้ที่อุดมด้วยวิตามินเอและเบต้าแคโรทีน : วิตามินเอช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันและระบบทางเดินหายใจ ได้แก่ แครอท ตำลึง ผักบุ้ง ฟักทอง มันเทศ มะม่วง มะละกอ แคนตาลูป น้ำมันตับปลา เครื่องในสัตว์ ไข่แดง รวมถึงผักที่มีสีเขียวเข้ม สีเหลือง สีส้ม

แนะนำวิธีเลือกรับประทานอาหาร ต้านพิษ"ฝุ่นจิ๋ว" PM2.5



อาหารกลุ่มที่มี วิตามินซีสูง: ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ลดความเสียหายต่อเซลล์ เพิ่มภูมิคุ้มกัน ลดอาการแพ้ เช่น ส้ม สตอเบอร์รี่ แอปเปิ้ล แตงโม ฝรั่ง ผักเขียวเข้ม ผักโขม บัวบก มะขามป้อม มะเขือเทศอาหารกลุ่มวิตามินอีสูง : ในกลุ่มอาหารที่ไขมันสูงเช่น ธัญพืช ถั่ว ไข่แดง ข้าว น้ำมันรำข้าวจมูกข้าว น้ำมันปลา ช่วยลดการอักเสบวิตามินบี 6 และ 12 และ กรดโฟลิกหรือโฟเลต : เพื่อช่วยลดโฮโมซิสเทอีนในเลือดจาก PM2.5 กลุ่มอาหารที่มีเช่น บรอกคลี ฟักทอง แครอท เนื้อสัตว์ เนื้อแดง ข้าวไม่ขัดสี นม ถัวต่างๆ จมูกข้าว รำข้าว กะหล่ำปี
โอเมก้า3 : กรดไขมันไม่อิ่มตัว ร่างกายสร้างเองไม่ได้ ต้องได้รับจากอาหาร เช่น ปลา น้ำมันพืช ถั่ว เมล็ดพืชต่าง ๆ หรือผักใบเขียว อะโวคาโด มีการศึกษาทางคลินิกในผู้ใหญ่และผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ในแหล่งที่มีฝุ่นละอองสูง PM 2.5 การทานน้ำมันปลา 2 กรัม/วัน จะช่วยลดผลกระทบต่อสุขภาพของฝุ่นละอองขนาดเล็กนี้

แนะนำวิธีเลือกรับประทานอาหาร ต้านพิษ"ฝุ่นจิ๋ว" PM2.5


สารอาหารที่มีกรดอะมิโน N-acetyl cysteine : ช่วยลดความเสี่ยงโรคทางเดินหายใจ อาหารที่ควรกิน เช่น หัวหอม กระเทียม ไข่ เนื้อแดง แตงโม
สารอาหารกลุ่มโพลีแซ็กคาไรด์ : กลุ่มเบต้ากลูแคน พบได้ในเห็นหลากหลายชนิด ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน ทำให้ร่างกายกำจัดไวรัสหรือสิ่งแปลกปลอมได้ไวขึ้น

แนะนำวิธีเลือกรับประทานอาหาร ต้านพิษ"ฝุ่นจิ๋ว" PM2.5

การใช้สมุนไพรที่โดดเด่นในการต้านการอักเสบ-บำรุงปอด-และขับสารพิษ
หญ้าดอกขาว : พื้นบ้านใช้เป็นยาล้างปอด งานวิจัยในคนที่สูบบุหรี่ พบว่าหญ้าดอกขาวสามารถลดปริมาณก๊าซพิษคาร์บอนมอนอกไซด์ที่คั่งค้างในปอดได้ รวมถึงช่วยฟื้นฟูปรับปรุงเนื้อเยื่อทางเดินหายใจ ลดการอักเสบระคายเคือง จึงเหมาะที่จะใช้เพื่อดูแลในสถานการณ์ PM2.5 ไม่แนะนำใช้ในผู้ที่มีการทำงานของตับและไตผิดปกติ รวมถึงผู้ที่ต้องคุมระดับโพแทสเซียม
มะขามป้อม : แก้ไอ แก้หอบ รักษาหลอดลมอักเสบ วิตามินซีสูง มีงานวิจัยในหนูพบว่าการกินมะขามป้อมช่วยลดผลกระทบจากก๊าซพิษซัลเฟอร์ไดออกไซด์ อันเป็นแหล่งกำเนิดของ PM 2.5 โดยมีผลปรับแร่ธาตุในร่างกายที่ได้รับผลกระทบจากก๊าซพิษซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ให้สมดุล กลไกสำคัญมากจากฤทธิ์ต้านการอักเสบและต้านอนุมูลอิสระของมะขามป้อม

แนะนำวิธีเลือกรับประทานอาหาร ต้านพิษ"ฝุ่นจิ๋ว" PM2.5


ขมิ้นชัน : โดดเด่นเรื่องลดการอักเสบ มีงานวิจัยในหนูทดลองยืนยันว่า ขมิ้นชันมีผลปกป้องระบบหัวใจหลอดเลือด-ปอด จาก PM 2.5 มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ต้านการอักเสบ เสริมภูมิคุ้มกัน ต้านมะเร็ง ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด ต้านการแพ้ ต้านพิษโลหะหนัก ซึ่งพบได้จากมลพิษและจาก PM 2.5 เช่น แคดเมียม อาร์เซนิก ไม่แนะนำใช้ในหญิงตั้งครรภ์ และผู้ป่วยท่อน้ำดีอุดตัน
รางจืด : โดดเด่นเรื่องการล้างพิษ มีงานวิจัยในหนูทดลองยืนยันว่ารางจืดสามารถปกป้องตับและไตจากแคดเมียม ซึ่งเป็นโลหะหนัก ที่พบได้ใน PM 2.5 สามารถประยุกต์ใช้ได้จากข้อมูลที่มีเพื่อช่วยลดการสะสมพิษในร่างกาย แต่ควรระวังการใช้ในผู้ป่วยโรคตับและไต หญิงตั้งครรภ์ ให้นมบุตร และเด็กเล็ก ไม่ควรกินรางจืดพร้อมยาแผนปัจจุบัน เพราะอาจลดประสิทธิภาพของยานั้น
หากต้องการใช้เพื่อป้องกันแนะนำใช้ขนาดต่ำไม่เกิน 7 วัน หรือสัปดาห์ละ 1 วันในกลุ่มที่เสี่ยงต่อมลภาวะ นอกจากการใช้รางจืดในรูปแบบรับประทานแล้ว การใช้ภายนอกกับผิวหนังก็ให้ผลดีในด้านต้านการแพ้ และมลภาวะได้เช่นกัน

แนะนำวิธีเลือกรับประทานอาหาร ต้านพิษ"ฝุ่นจิ๋ว" PM2.5

ข่าวล่าสุด