โดยมีขั้นตอนดังนี้
1.ประชุมวางแผนทดสอบสินค้าและบริการ โดยวางแผน 1 ปี และทุกๆ เดือน โดยมีคณะทำงาน ดังนี้
1.1 เครือข่ายนักวิชาการในการเฝ้าระวังทดสอบสินค้าและบริการตลอดโครงการตามแผนปฏิบัติงาน ในด้านต่าง ๆ อาทิ
-ด้านอาหาร ยา และผลิตภัณฑ์สุขภาพ ได้แก่ ศ.ดร.วิสิต จะวะสิฐ , ดร.แก้ว กังสดาล อำไพ, รศ.ดร.จันทร์เพ็ญ วิวัฒน์ จากมหาวิทยาลัยมหิดล, ผศ.ดร.ยุพดี สิริสินสุข, รศ.ดร.จิราพร ลิ้มปานานนท์, ผศ.ดร.นิยดา เกียรติยิ่งอังศุลี จากคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
-ด้านเทคโนโลยีและสื่อโทรคมนาคม จากเครือข่ายนักวิชาการเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค ได้แก่ ดร.วีระพันธ์ รังสีวิจิตรประภา จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ดร.ไพบูลย์ ช่วงทอง คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
-ด้านที่อยู่อาศัย ได้แก่ อ.เทิดทูน ดำรงค์ฤทธามาตย์ จากภาควิชาวิทยาศาสตร์ประยุกต์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
-ด้านสินค้าและบริการทั่วไป ได้แก่ ดร.ศราวุธ เลิศพลังสันติ จาก ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) ความปลอดภัยของยานยนต์ (สถาบันยานยนต์ ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ)
-ด้านเกษตรและสิ่งแวดล้อม ได้แก่ คุณกิ่งกร นรินทรกุล ณ อยุธยา จากมูลนิธิชีววิถี และคุณเพ็ญโฉม ตั้ง จากมูลนิธิบูรณะนิเวศ เป็นต้น
-ด้านสินค้าเด็กและความปลอดภัยในเด็ก รศ.นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ ผู้อำนวยการสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล และศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก รพ.รามาธิบดี
-ด้านสินค้าจากเครือข่ายผู้บริโภคจาก 7 ภูมิภาค ในพื้นที่ทั่วประเทศ ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก ภาคใต้ และกรุงเทพฯ ที่จากการเฝ้าระวังสินค้าและบริการเพื่อยกระดับมาตรฐานในชุมชน
-สินค้าเฝ้าระวังตามสถานการณ์ในประเทศ เช่น เจลแอลกอฮอล์ล้างมือเนื่องในสภานการณ์โควิด19, สารเคมีเกษตรพาราควอตในปูนา, สารทาเลตในของเล่นเด็ก, ไขมันทรานส์ในโดนัท, และมาตรฐานเครื่องฟอกอากาศในช่วง PM2.5 เป็นต้น
-ผลทดสอบจากองค์กรผู้บริโภคระหว่างประเทศ International Consumer Product Research and Testing (ICRT) ที่มูลนิธิฯ เป็นสมาชิก
2.ออกแบบวิธีการทดสอบ เน้นหลักความเป็นกลาง ไม่มีผลประโยชน์แอบแฝง ใช้การสุ่มซื้อสินค้าที่มีการจำหน่ายจากร้านค้าจริงทั่วไปและออนไลน์เหมือนผู้บริโภคซื้อสินค้า
3.ดำเนินการทดสอบตามมาตรฐานสากล โดยใช้ห้องทดสอบของมหาวิทยาลัย หรือ ห้องทดสอบเอกชนระดับมาตรฐาน ISO 17025
4.เผยแพร่ผลการทดสอบผ่านนิตยสารฉลาดซื้อ ซึ่งเป็นสื่อสาธารณะที่ไม่รับโฆษณาจากบริษัทต่าง ๆ เพื่อทำให้สามารถรักษาผลประโยชน์สาธารณะได้อย่างตรงไปตรงมา
5.ส่งผลทดสอบและข้อเสนอ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการตามกฎหมายส่วนข้อกล่าวหาเรื่องกระทะ อาจารย์คงยังไม่ทราบว่า มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคได้ฟ้องคดีนี้ และขณะนี้ศาลรับพิจารณาคดี เป็นคดีแบบกลุ่มแล้ว (Class Action) และให้จำเลยอุทธรณ์ภายใน 20 วัน ซึ่งครบกำหนดอุทธรณ์วันที่ 9 พฤศจิกายน 2563 ที่ผ่านมา แต่จำเลยขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ครั้งที่ 2 โดยขยายถึงวันที่ 25 ธันวาคม 63 นี้